Delta Future Industry Summit 2020 ผลักดันธุรกิจและสังคมนวัตกรรม สู่อนาคตประเทศไทยยุค Next Normal


Delta Future Industry Summit 2020 ผลักดันธุรกิจและสังคมนวัตกรรม สู่อนาคตประเทศไทยยุค Next Normal

เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จัดงานสัมมนา Delta Future Industry Summit เป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นเวทีพิเศษให้ทุกภาคส่วนได้เชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนแนวโน้มอุตสาหกรรมล่าสุด ร่วมผลักดันประเทศไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังยุคโควิด-19 รวมถึงขับเคลื่อนการฟื้นตัวของธุรกิจผ่านนวัตกรรมในยุค Next Normal ภายใต้หัวข้อ Future Proofing Thailand for the Next Normal งานสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท และได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงและผู้นำทางธุรกิจที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อค้นพบประสบการณ์โซลูชันนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งระบบศูนย์ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การคมนาคมด้วยยานยนต์ไฟฟ้า และโซลูชันสำหรับเมืองและบ้านอัจฉริยะ

จากการที่ภาคอุตสาหกรรมไทยก้าวขึ้นมามีบทบาทนำการฟื้นตัวหลังการระบาดของโควิด-19 ภาครัฐและผู้นำในอุตสาหกรรมหลายรายกำลังร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “แม้จะมีการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19 แต่เรายังคงเดินหน้าโครงการ Big Brother หรือพี่ช่วยน้อง เชื่อมโยงผู้นำในภาคอุตสาหกรรมเช่นเดลต้า เข้ากับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีท้องถิ่นทั่วไทย เพื่อมุ่งพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่ไปกับโครงการมอบเงินทุนแก่สตาร์ทอัพ Delta Angel Fund ที่จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นกว่า 500 ล้านบาท

แจ็คกี้ จาง

นายแจ็คกี้ จาง ประธานบริหาร เดลต้า ประเทศไทย กล่าวว่า ความท้าทายปัจจุบันและโอกาสการเติบโตในอนาคตว่า “การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากออฟไลน์สู่ออนไลน์ ได้ช่วยย้ำหน้าที่สำคัญของโซลูชันพลังงานไฟฟ้าจากเดลต้า ในการมอบพลังงานอย่างต่อเนื่องแก่ระบบสาธารณสุขและการสื่อสารที่สำคัญต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้คนนับล้าน และในยุค Next Normal เราหวังว่าจะได้ร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ในทุกพื้นที่ เพื่อนำเสนอโซลูชันขั้นสูงของเดลต้าด้านศูนย์ข้อมูล พลังขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า และที่อยู่อาศัยอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 และสร้างสังคมที่ปลอดภัย สุขภาพดี และมีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ”

วชิระชัย คูนำวัฒนา

นายวชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Living Solution Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดในประเทศไทยยุค Next Normal บริการดิจิทัลต่าง ๆ เช่นอีคอมเมิร์ซและการจัดส่งอาหารประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดใหญ่เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่รองรับเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการอภิปรายช่วงแรกภายใต้หัวข้อ “โซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ที่ล้ำสมัยเพื่อ Next Normal ด้านดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน” และได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญโดย นายวชิรพงษ์ บูรพาชน หัวหน้าศูนย์ข้อมูล ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้าเซ็นเตอร์ นายภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี LINE MAN Wongnai นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิล ประเทศไทย และนายศักดิ์ดา แซ่อึ้ง ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคฝ่ายโซลูชันข้อมูลและการสื่อสาร เดลต้า ประเทศไทย ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโซลูชันศูนย์ข้อมูลเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลในอนาคต

ซึ่งหนึ่งในด้านที่สำคัญของนโยบายประเทศไทย 4.0 คือการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อทดแทนแหล่งพลังงานรูปแบบเดิม ซึ่งจะเป็นหนทางสู่การพัฒนาชีวิตเมืองที่ปลอดภัย มีสุขภาพดี และสะดวกสบาย ในการอภิปรายช่วงถัดมาภายใต้หัวข้อ “โซลูชันโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะสำหรับประสิทธิภาพการคมนาคมสีเขียวในประเทศไทย” ได้รับเกียรติจาก นายเลิศชาย แก้ววิเชียร ผู้ช่วยผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และ นายกิตติศักดิ์ เงินงอกงาม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดลต้า ประเทศไทย กล่าวถึงระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) รถยนต์ไฟฟ้า และนวัตกรรมการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับรถยนต์อัจฉริยะที่ปราศจากการปล่อยมลพิษ

ดังนั้น งานสัมมนา Delta Future Industry Summit จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2561 โดยเชิญเฉพาะคู่ค้าและลูกค้าของเดลต้ามาร่วมงานเพื่อพบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนความรู้ในโอกาสสุดพิเศษทั้งนี้ความร่วมมือและพันธสัญญาของเดลต้าเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ถือเป็นการตอกย้ำและสนับสนุนพันธกิจของเดลต้าที่ว่า Smarter. Greener. Together. เพราะฉะนั้นงานสัมมนาครั้งนี้เป็นการแสดงศักยภาพร่วมกันของพันธกิจของบริษัทฯ ที่ว่ามุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นการประหยัดพลังงานทางด้านเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ และด้วยนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาที่ทันสมัย