เส้นทางที่เปิดกว้างสู่ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น


ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น

เร้ดแฮท ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันโอเพ่นซอร์ส จัดงานประชุมพันธมิตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในเดือนสิงหาคมนี้ ในรูปแบบเวอร์ชวล ธีมการประชุมในปีนี้คือ “The Future is OPEN” ซึ่งมีการนำเสนอประเด็นสำคัญจากผู้บริหาร การอภิปราย และการประชุมกลุ่มย่อยต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่สามารถช่วยให้ตลาดฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ได้เร็วขึ้น ด้วยการเน้นไปที่แอปพลิเคชันที่ทันสมัยและการทำงานร่วมกัน ระบบไอทีอัตโนมัติ คอนเทนเนอร์ ไฮบริดคลาวด์ และนวัตกรรมด้านโอเพ่นซอร์ส

แอนดรูว์ แฮปกู๊ด ผู้อำนวยการอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายหุ้นส่วนและพันธมิตร เร้ดแฮท เอเชียแปซิฟิก ได้กล่าวถึงวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ว่าเป็นตัวเร่งให้ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

“การศึกษาของ Harvard Business School เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า 95% ของผู้บริหารในเอเชียแปซิฟิกระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลนั้น “มีความสำคัญมาก” รายงานฉบับนี้ยังเน้นให้เห็นถึงวิธีการที่องค์กรในเอเชีย แปซิฟิก ก้าวล้ำหน้าภูมิภาคอื่นๆ ของโลกทั้งหมด (40% vs 23%) ในการพัฒนาและส่งมอบแอปพลิเคชันใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว เร้ดแฮททราบดีว่าพันธมิตรของเราอยู่แถวหน้าของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และเราได้รับทราบเรื่องราวที่น่าทึ่งของพันธมิตรของเราทุกวัน

แอนดรูว์ แฮปกู๊ด
แอนดรูว์ แฮปกู๊ด

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือไม่ก็ตาม เร้ดแฮทพร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่และให้ความช่วยเหลือพันธมิตรและลูกค้าของเราเสมอ ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวคือเพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนต่างๆ ให้แก่พันธมิตรและลูกค้าทุกราย พันธมิตรของเร้ดแฮทประกอบด้วย ISVs, OEMs ผู้จัดจำหน่าย ผู้ให้บริการติดตั้งระบบ และพันธมิตรด้านคลาวด์

เรายินดีที่ได้เห็นพันธมิตรใหม่ๆ ติดต่อมายังเราเช่นกัน สำหรับ พ.ศ. 2563 ณ เวลานี้ ในระบบ Red Hat Online Partner Enablement Network (OPEN) ยอดการขายและการรับรองทางเทคนิค (Sales and Technical Accreditations) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีจำนวนใกล้เคียงกับ พ.ศ. 2562 ทั้งปีแล้ว!”

ต้องขจัดข้อจำกัดต่างๆ

การตอบสนองต่อความท้าทายที่เกิดขึ้นของเร้ดแฮทคือเปิดกว้างให้มากกว่าเดิม นั่นหมายความว่าอย่างไร?

Cloudera ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรของเราได้ให้ความหมายของคำว่า ‘เปิดกว้าง’ ว่าหมายถึง ‘การทำงานร่วมกันอย่างเปิดเผยโดยไร้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น’

“เรากำลังทำงานเพื่อขจัดข้อจำกัดต่างๆ ทุกวัน” วันนี้เราเผชิญความท้าทายที่ไม่สามารถจัดการประชุมร่วมกับพันธมิตรและลูกค้าของเราแบบพบหน้าพบตากันเหมือนที่เราเคยทำมาได้ แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค เรากำลังปรับตัวและใช้ทุกวิถีทางที่จะสามารถทำได้เพื่อให้การสนับสนุนพันธมิตรและลูกค้าในรูปแบบต่างๆ เราให้ความรู้แก่พันธมิตรของเราว่าทำอย่างไรจึงจะบริหารจัดการวิกฤตในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อช่วยให้ลูกค้าปรับตัวรับสิ่งที่เข้ามากระทบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมของพวกเขาอย่างรวดเร็ว รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการปรับขนาดการให้บริการเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพื่อให้ตรงต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หรือเน้นเจาะจงแก้ไขความท้าทายเป็นเรื่องๆ ไป เช่น การจำกัดต้นทุนในอุตสาหกรรมค้าปลีก และการท่องเที่ยว

“เร้ดแฮทจะอยู่เคียงข้างพันธมิตรตลอดช่วงเวลาวิกฤตเราก้าวเข้าสู่ ‘ความปกติวิถีใหม่’ ซึ่งเป็นการเร่งให้เกิดโอกาสต่างๆ อีกครั้ง” แอนดรูว์ กล่าวย้ำ

ความร่วมมือเพื่อพลิกเกมทางธุรกิจ

การเปิดกว้างมากขึ้นยังหมายถึงการขจัดข้อจำกัดให้กับทุกพันธมิตรที่อยู่ในระบบนิเวศเดียวกับเรา เราต้องการการทำงานร่วมกันอย่างเปิดเผย เพื่อดึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายร้อยรายเข้ามาร่วมในแนวทางเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายสำคัญๆ ให้กับลูกค้าของเรา

เราภูมิใจในความสำเร็จในวันนี้ที่ได้เห็น Red Hat OpenShift ได้รับการนำเสนอให้ลูกค้าโดย Microsoft Azure, IBM Cloud และ AWS ล่าสุด ในขณะที่ HPE และ Microsoft กำลังทำงานร่วมกับเราเพื่อนำเสนอ SQL Server on Red Hat Enterprise Linux (RHEL) ให้กับลูกค้า และเราร่วมเป็นพันธมิตรกับ Adobe และ IBM เพื่อช่วยส่งเสริมให้ลูกค้าเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งที่กล่าวมานี้คือตัวอย่างความร่วมมือที่เราต้องการสร้างร่วมกับพันธมิตรของเรา เราได้เห็นแล้วว่าพันธมิตรของเราน่าประทับใจและน่าทึ่งแค่ไหน ในระหว่างการตัดสินรางวัลด้านพันธมิตรในงานประชุม Red Hat Partner Conference Asia Paficic ที่กำลังจะมาถึง เพราะมีเรื่องราวของพันธมิตรต่างๆ ที่กระตุ้นความสนใจมากมาย ทั้งที่เกี่ยวกับโซลูชันที่เป็นนวัตกรรม มีความคล่องตัวและเป็นโซลูชันที่จะพลิกเกมการแข่งขันและอนาคตทางธุรกิจ ซึ่งทำให้เราตัดสินใจคัดเลือกผู้ชนะได้ยาก

ความสวยงามของการตัดสินรางวัลนี้คือ แต่ละกรณีเป็นผลงานจากความร่วมมือกัน ไม่มีใครที่จะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จได้เพียงลำพัง และนั่นคือความหมายของ ‘การเปิดกว้าง’ สำหรับเร้ดแฮทสำหรับพันธมิตร และสำหรับเราทุกคน

สิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นในเวลาที่ต้องใช้ความพยายามมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นในวันนี้หรือในอนาคต เพราะในที่สุดแล้ว ‘การเปิดกว้าง’ นี้เองที่จะช่วยให้เราให้บริการลูกค้าได้ดีที่สุด

Advent One ซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของเร้ดแฮทได้กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่เร้ดแฮทนำมาให้เราคือความสามารถในการผสานความร่วมมือเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้กับสินค้าและบริการของเรา และเพื่อมอบคุณค่าให้กับลูกค้าของเรา”

ผลการศึกษาที่จัดทำโดยHarvard Business Review Analytic Services ในนามของเร้ดแฮท

บริษัท เร้ดแฮท อิงค์ (Red Hat, Inc) ได้ประกาศผลการศึกษาที่จัดทำโดย Harvard Business Review Analytic Services ในนามของเร้ดแฮท เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านและเส้นทางการใช้นวัตกรรมของธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) เปรียบเทียบกับความเป็นไปในระดับโลก การศึกษาภายใต้หัวข้อ “ความเข้าใจต่อความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิก” โดยได้ทำการสำรวจผู้บริหารธุรกิจ จำนวน 143 คน จากอุตสาหกรรมต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในกลุ่มภาคบริการด้านการเงิน ไอที และการผลิต

ผลการศึกษาระบุว่า บริษัทในเอเชียได้จัดให้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ไม่เพียงสร้างการเติบโตเท่านั้น แต่เพื่อความอยู่รอดขององค์กรด้วยความแตกต่างของประสิทธิภาพในการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจในภูมิภาคนี้ ได้แปรเปลี่ยนเป็นประโยชน์ทางธุรกิจที่สำคัญให้กับบริษัทในภูมิภาค เช่น ช่วยให้บริษัทส่งผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้เร็วกว่าธุรกิจประเภทเดียวกันในภูมิภาคอื่นทั่วโลก

ไฮไลต์สำคัญของรายงานนี้ระบุว่ำ ผู้บริหารใน APAC 95% กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลตลอดช่วงระยะเวลา 18 เดือนที่ผ่านมาทวีความสำคัญมากขึ้น ผู้นำธุรกิจใน APAC 80% ได้จัดอันดับให้การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรมีความสำคัญเท่าเทียมกับการปรับเทคโนโลยีให้ทันสมัยเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และผู้บริหารใน APAC 40% สามารถพัฒนาและเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อเทียบกับผู้บริหารทั่วโลกแล้วมีเพียง 23% เท่านั้นที่ทำได้ เช่นนี้

ผู้บริหารใน APAC เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรเป็น 1 ใน 3 รากฐานของการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยที่จะต้องทำไปพร้อมๆ กับเรื่องเทคโนโลยีและกระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งจะสร้างแรงผลักดันที่สำคัญต่อความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่าน ผู้ตอบแบบสำรวจได้กล่าวถึงวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทในปัจจุบันว่าประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น การทำงานร่วมกัน (44%) การเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมโดยไม่มีการกีดกัน (42%) ความสามารถในการปรับตัว (41%) และความโปร่งใสในการทำงาน (40%)

การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร

การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังระบุว่า บริษัทต่างๆ ที่ต้องการประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลนั้น จะต้องสนับสนุนความคิดริเริ่มด้านการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร พร้อมกับความพยายามในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสถาปัตยกรรมแอปพลิเคชันให้ทันสมัย ซึ่งเมื่อรวมความคิดริเริ่มทั้ง 2 ประการนี้ไว้ด้วยกัน จะช่วยให้บริษัทใน APAC กระทำสิ่งต่างๆ ได้ดังนี้

  • ผู้ตอบแบบสอบถาม 75% เห็นว่า การใช้วิธีการในการให้บริการแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องสำคัญ
  • พัฒนาและช่วยให้เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว (40%)
  • ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว(39%)
  • อัปเดตระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ (39%)
  • ควบคุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้ (39%)

อนึ่ง ผู้บริหารใน APAC มีแนวความคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่จะต้องลงทุนในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล พวกเขาวางแผนที่จะลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning (40%) รวมถึงเพิ่มการลงทุนด้านแอปพลิเคชันธุรกิจที่ทำงานบนคลาวด์ 8% และด้านเครื่องมือระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการทางธุรกิจ 6%

งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยได้รับมอบหมายจากเร้ดแฮทและเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาระดับโลกที่ชื่อว่า “Rethinking Digital” โดย Harvard Business Review (HBR) Analytic Services ได้ทำการสำรวจจากผู้อ่าน HBR จำนวนทั้งหมด 690 คน (ผู้อ่านนิตยสาร/จดหมายข่าว ลูกค้า ผู้ใช้งาน HBR.org) ซึ่งมาจากเอเชียแปซิฟิก 143 คน ผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในตำแหน่งที่หลากหลายหน้าที่ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการผลิต บริการด้านการเงินเทคโนโลยี และบริการให้คำปรึกษา


Source: นิตยสาร Electricity & Industry Magazine ปีที่ 27 ฉบับที่ 5 กันยายน-ตุลาคม 2563
คอลัมน์ IT Article โดย แอนดรูว์ แฮปกู๊ด ผู้อำนวยการอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายหุ้นส่วนและพันธมิตร เร้ดแฮท เอเชียแปซิฟิก