ไชน่า โมบายล์ และ หัวเว่ย ส่งมอบประสบการณ์ 5G ที่สูงที่สุดในโลก บนความสูงกว่า6,500เมตร เผยศักยภาพในการส่งมอบเครือข่าย ณ ยอดเขาเอเวอเรสต์


[เซินเจิ้นประเทศจีน, 7พฤษภาคม2563] ไชน่า โมบายล์ และ หัวเว่ยนำการเชื่อมต่อ 5G ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ร่วมสร้างเครือข่าย ณ ยอดเขาเอเวอเรสต์ ด้วยการจัดตั้งสถานีฐาน (Base station) สูงที่สุดในโลกที่ความสูงกว่า 6,500 เมตร พร้อมกันนี้หัวเว่ยยังได้เปิดตัวเครือข่ายใยแก้วนำแสงระดับความเร็วกิกะบิต (Gigabit optical fibre network) ที่ความสูง 6,500 เมตร ช่วยให้โอเปอเรเตอร์ ไชน่า โมบายล์ สามารถเปิดใช้งานเครือข่ายกิกะบิตแบบคู่ได้แม้อยู่บนยอดเขาเอเวอเรสต์

เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของความสำเร็จเป็นครั้งแรกจากการพิชิตยอดเนินเขาทางทิศเหนือเอเวอเรสต์ และโอกาสครบรอบ 45 ปีของการวัดความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์ได้อย่างแม่นยำและเป็นการติดตั้งอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประเทศจีนในติดตั้งเครือข่าย 5G ณ ยอดเขาเอเวอเรสต์นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการช่วยอำนวยความสะดวกด้านบริการการสื่อสารสำหรับการวัดระดับความสูงยอดเขาเอเวอเรสต์ที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2563

สถานีฐาน5G ที่ความสูง 6,500 เมตร
สถานีฐาน5G ที่ความสูง 6,500 เมตร

หัวเว่ย ได้นำเสนอโซลูชันครบวงจรในการดำเนินการจัดตั้งเครือข่ายกิกะบิตแบบคู่ ณ ยอดเขาเอเวอเรสต์ ให้กับ ไชน่า โมบายล์ โดยสถานีฐานต่างๆ ถูกสร้างขึ้น ณ บริเวณเบสแคมป์ (Base Camp) ของยอดเขาเอเวอเรสต์ที่ความสูง 5,300 เมตรบริเวณทรานซิชั่นแคมป์ (Transition Camp)ที่ความสูง 5,800 เมตร และบริเวณฟอร์เวิร์ดแคมป์ (Forward Camp) ที่ความสูง 6,500 เมตรสถานีฐานเหล่านี้ได้นำเทคโนโลยี 5G AAU และ SPN ของหัวเว่ยมาปรับใช้โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายกว่า 12 คน ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง ที่ความสูง 5,300 เมตร ขึ้นไป เพื่อบำรุงรักษาและเสริมศักยภาพเครือข่ายให้สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น

เทคโนโลยี 5G AAU ของหัวเว่ย เป็นการสมานรวมกันอยู่ในรูปแบบขนาดกะทัดรัด ง่ายต่อการขนย้ายและติดตั้ง ทั้งโครงสร้างพื้นฐานยังเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับที่ตั้งที่อยู่ในสภาพแวดล้อมสุดขั้วอย่างยอดเขาเอเวอเรสต์ โดยภายในโครงการนี้ เครือข่ายในโหมด “สแตนด์อโลนบวกนันสแตนด์อโลน” (SA+NSA)ที่ได้เชื่อมต่อสถานีฐาน 5G ทั้ง 5 สถานีเอาไว้ด้วยกัน ในขณะเดียวกันเทคโนโลยี Massive MIMO จากหัวเว่ยยังทำให้การเชื่อมต่อ 5G ที่ทั้งเร็วและทรงประสิทธิภาพกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จากการสนับสนุนด้านความเร็วอันเหลือเชื่อและแบนด์วิดท์ขนาดใหญ่

เทคโนโลยี Massive MIMO ของหัวเว่ยมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่งด้วยการครอบคลุมอันเหนือชั้น ด้วยคลื่นสัญญาณแบบสามมิติที่มีความยืดหยุ่นสูง เทคโนโลยีนี้จึงทำงานได้ดีเป็นพิเศษตามแนวดิ่งของยอดเขาเอเวอเรสต์ โดยความสูงที่ 5,300 เมตร เทคโนโลยี 5G สามารถทำความเร็วในการดาวน์โหลดได้มากกว่า 1.66 Gbpsและความเร็วในการอัปโหลดสูงถึง 215 Mbps

ในขณะเดียวกัน โซลูชันเครือข่าย Intelligent OptiX จากหัวเว่ย ช่วยการันตีให้เครือข่ายมีคุณภาพไร้การสะดุด ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลในการส่งมอบวิดีโอความละเอียดสูง หรือการถ่ายทอดสด VR ก็สามารถทำได้ด้วยเกตเวย์เอนเตอร์ไพรส์ที่มาพร้อมกับการเชื่อมต่ออัปสตรีมและดาวน์สตรีมกว่า 1 Gbps นอกจากนี้เบสแคมป์เอเวอเรสต์ที่ตั้งอยู่ ณ ความสูง 5,300 เมตร ยังได้รับสัญญาณครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่บนความเร็วและการเชื่อมต่อ1.43 Gbps จากผลงานของเครือข่ายกิกะบิตใยแก้วนำแสง ในขณะที่แพลตฟอร์มส่งสัญญาณความเร็วสูง10G PON OLT และ200G ของหัวเว่ยก็สามารถจัดการปริมาณข้อมูลได้อย่างยอดเยี่ยม จึงทำให้ทุกครอบครัวและธุรกิจต่างๆ ยังสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้แม้อยู่ในพื้นที่สูงเสียดฟ้า

นอกจากนี้ ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ HoloSens ของหัวเว่ย ยังมอบคุณภาพการสตรีมวิดีโอได้อย่างไร้ที่ติและสามารถระบุตำแหน่งบกพร่องได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว ทำให้เครือข่ายสามารถออนไลน์ได้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ในพื้นที่สูง6,500 เมตรบนยอดเขาเอเวอเรสต์

ภาพสกรีนช็อตจริงจากกล้อง 5G ของหัวเว่ย
ภาพสกรีนช็อตจริงจากกล้อง 5G ของหัวเว่ย

หัวเว่ย มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเป้าหมายของเทคโนโลยีคือการพัฒนาให้โลกใบนี้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ความงดงามของเอเวอเรสต์ได้ถูกถ่ายทอดและปรากฎแก่สายตาผู้คนได้ด้วยวิดีโอ 5G ความละเอียดสูงและประสบการณ์ VRซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ยังมอบข้อมูลสำคัญต่างๆ ให้แก่บรรดานักปีนเขา นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่นๆ ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น การติดตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ณ ยอดเขาเอเวอเรสต์ครั้งนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่า เทคโนโลยี 5G จะช่วยประสานมนุษยชาติและโลกไว้ด้วยกันได้อย่างกลมเกลียว