ฮิตาชิ เอเชีย จับมือ เด็นโซ่ฯ ผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวไปสู่ยุคดิจิทัล


ฮิตาชิ เอเชีย จับมือ เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย เป็นพันธมิตรเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวไปสู่ยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนประเทศไทย 4.0 ผ่านแพลตฟอร์มลูมาด้า (Lumada) และระบบการผลิตแบบลีนออโตเมชัน (Lean Automation)

อากิฮิโระ โอฮาชิ

กรุงเทพฯ 17 พฤศจิกายน 2563 – บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด (“ฮิตาชิ”) ประกาศจุดเริ่มต้นในความร่วมมือกับบริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด (“เด็นโซ่”) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นระบบดิจิทัลมากขึ้น ผ่านแพลตฟอร์มลูมาด้า (Lumada)[1] ของฮิตาชิ และระบบการผลิตแบบลีนออโตเมชัน (Lean Automation)[2] ของเด็นโซ่ ซึ่งจะจัดแสดงที่บูธของฮิตาชิ ในงาน Metalex 2020[3] วันที่ 18 – 21 พฤศจิกายน 2563 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บูธหมายเลข AC27

ในความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทจะนำเสนอวิธีการรูปแบบใหม่ที่ผสานประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มลูมาด้าจากฮิตาชิ เข้ากับเทคโนโลยีการรวบรวมข้อมูล (ORiN Technology)[4] ของเด็นโซ่ เพื่อนำไปปรับปรุงประสิทธิภาพทั้งการผลิตทั่วไปและการผลิตแบบลีนออโตเมชั่น โดยแพลตฟอร์มลูมาด้าของฮิตาชิจะนำเสนอโซลูชันดิจิทัลสำหรับการจัดการโรงงาน ในขณะที่โซลูชันการรวบรวมข้อมูลของเด็นโซ่ผ่านเทคโนโลยี ORiN มีหน้าที่เก็บข้อมูลจากอุปกรณ์อัตโนมัติต่างๆ ในโรงงานได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ความร่วมมือในครั้งนี้ ฮิตาชิและเด็นโซ่ มีเป้าหมายเดียวกันที่จะเสริมกำลังให้กับภาคการผลิต ซึ่งวิธีการรูปแบบใหม่นี้สามารถนำไปใช้กับธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่องค์กรขนาดย่อมและขนาดกลาง ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ ฮิตาชิได้เปิดศูนย์ลูมาด้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[5] เมื่อ พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอนวัตกรรมดิจิทัลต่างๆ เช่น โซลูชันไอโอที (IoT) ที่สามารถใช้ออกแบบและปรับเปลี่ยนโซลูชันให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจที่มีความหลากหลาย และในปีเดียวกันนั้น บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย ได้เปิดตัวโครงการ ลีนออโตเมชัน ซิสเต็ม อินทิเกรเตอร์ (Lean Automation System Integrators: LASI)[6] เพื่อให้การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติแก่บริษัทในประเทศไทยที่ได้ทำการติดตั้งและใช้งานระบบดังกล่าว โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น

ทั้งสองบริษัทมีเป้าหมายที่จะมีส่วนร่วมและเป็นแรงผลักดันนโยบายประเทศไทย 4.0 ผ่านโครงการริเริ่มดังกล่าว และความร่วมมือครั้งใหม่นี้จะมุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเก็บรวบรวมข้อมูลของเด็นโซ่และโซลูชันสำหรับระบบลีนออโตเมชันอย่างเทคโนโลยี KAIZEN[7] จะเข้ามาช่วยเสริมรากฐานอันแข็งแกร่งของฮิตาชิในด้านโซลูชันดิจิทัล นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญจากทั้งของสองบริษัทยังช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาโซลูชันที่ดีขึ้นเพื่อส่งเสริมภาคการผลิตให้ก้าวหน้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

การผนึกกำลังระหว่างโซลูชัน Lumada Manufacturing Insights ของฮิตาชิ และ IoT Data Server ของเด็นโซ่[8] จะช่วยสร้างสรรค์โซลูชันรูปแบบใหม่ๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลให้แก่โรงงานต่างๆ นำไปสู่การจัดเก็บ วิเคราะห์ และแสดงภาพแบบดิจิทัลของข้อมูล 4M ในกระบวนการผลิตได้แก่ มนุษย์ (huMan) เครื่องจักร (Machine) วัสดุ (Material) และวิธีการ (Method) อนึ่ง ในอุตสาหกรรมภาคธุรกิจสามารถใช้การวิเคราะห์ดังกล่าวเพื่อรวบรวมชุดข้อมูลแบบบูรณาการจากแหล่งต่างๆ ที่พร้อมใช้งานอย่างสะดวกรวดเร็ว รวมไปถึงอุตสาหกรรมโรงงานต่างๆ ยังสามารถนำแนวคิด Digital Kaizen ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย

นายอากิฮิโระ โอฮาชิ กรรมการบริหาร บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกตื่นเต้นและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเด็นโซ่ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้กับอุตสาหกรรมการผลิต โดยเป้าหมายของเราคือการได้ร่วมสนับสนุนนโยบายประเทศไทย 4.0 และความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสอีกมากมาย ด้วยเทคโนโลยีและความสามารถของทั้งสองบริษัท”

ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จะขยายความร่วมมือกับเด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลในภาคการผลิต