นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นำโดย สุโรจน์ เเสงสนิท พร้อมด้วย ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการ สถาบันยานยนต์ ร่วมเปิดงานเสวนาในหัวข้อ “10 ปี EVAT รักจริง…ไม่ทิ้งกัน” ซึ่งเป็นงานเสวนาที่เป็นการเเลกเปลี่ยนมุมมองด้านยานยนต์ไฟฟ้ากับผู้นำองค์กรชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ
นอกจากนี้ทางนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า ยังได้ร่วมลงนามกรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นอกจากนี้ ยังมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจอีก 1 ฉบับ ระหว่างสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และสมาคมจักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะไต้หวัน (Taiwan Smart Electric Bicycle Association)
ด้าน สุโรจน์ เเสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เปิดเผยต่อสื่อมวลชน เนื่องในวาระ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ครบรอบ 10 ปีนับตั้งเเต่วันก่อตั้งอย่างเป็นทางการว่า “ขอขอบพระคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่เข้า ร่วมงานในวันนี้ อยากขอเกริ่นถึงประเด็น 10 ปีสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย 10 ปีโอกาสประเทศไทย สิ่งที่เรามุ่งมั่นและผลักดันมาโดยตลอดคือ การผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าส่งออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะการส่งออกสู่ยุโรป ที่จะทำให้ประเทศมีโอกาสในการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเราได้เน้นการเทรนด์คน สร้างคนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ ผ่านมุมมองและการผลักดันอย่างเข้มข้น โดยผู้ก่อตั้งสมาคมฯ และที่ปรึกษานายกสมาคมกิตติมศักดิ์ รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ถัดมาในยุคที่คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ เป็นนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า ก็ได้มีการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทั้งด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในต่างประเทศ ที่สามารถช่วยยกระดับอุตสาหกรรมในบ้านเราให้เติบโตในยุคปัจจุบัน โดยกระผมได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย มากว่า 1 ปี ณ โอกาสนี้ เราได้พยายามผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าไทย ให้มีความสามารถทางการเเข่งขันในการส่งออก เพื่อเพิ่ม GDP ประเทศ และนอกจากเพิ่มกำลังการส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศเเล้ว ท้ายที่สุดแรงงานในประเทศของเราก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย สมาคมฯ ยังคงยืนยันในการเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าต่อไป”
ทางนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคน การยกระดับองค์ความรู้ และการส่งเสริมเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่และยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันในการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน การพัฒนานักศึกษาและคณาจารย์ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้า
ทั้งนี้ บันทึกความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี นับจากวันลงนาม พร้อมเปิดโอกาสให้ขยายระยะเวลาเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และสมาคมจักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะไต้หวัน (Taiwan Smart Electric Bicycle Association: TSEBA) เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารและเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมด้านจักรยานไฟฟ้าระหว่างไทยและไต้หวัน โดยมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลเทคโนโลยี การจับคู่ธุรกิจ การเยี่ยมชมและกิจกรรมร่วมกัน ตลอดจนความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน
การถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังร่วมมือด้านการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยบันทึกข้อตกลงนี้มีผลตั้งแต่วันลงนาม เป็นระยะเวลา 3 ปี และสามารถขยายต่อได้อีก 3 ปีตามความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเป็นสมาคมที่ไม่เเสวงหาผลกำไร โดยแนวทางของสมาคมมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการเเลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ยังรวมไปถึงการให้คำปรึกษาข้อบังคับมาตรฐาน และการดำเนินงานในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ในปัจจุบันสมาคมมี คุณสุโรจน์ เเสงสนิท ทำหน้าที่นายกสมาคม และมีสมาชิกที่มาจากภาคเอกชน สถาบันศึกษา รัฐวิสาหกิจ และบุคคลทั่วไปรวมทั้งสิ้นกว่า 390 ราย โดยทางสมาคมมีการกำหนดการจัดการประชุม ในทุกๆเดือน และมีการเเบ่งคณะทำงานในด้านต่างๆเพื่อสนับสนุน และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
