ลักษณะจำเป็น เมื่อทำ IoT สำหรับอุตสาหกรรม

กำลังเป็นกระแสที่ผู้ประกอบการหลายแห่งวางแผน สำหรับการใช้งาน IoT ในโรงงานของตน โดยแต่ละแห่งอาจมองถึงประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกัน เช่น ความสามารถตอบสนองต่อคำสั่งผลิต การประเมินอัตราการผลิตเทียบกับอัตราสูงสุด การลดต้นทุนและจำกัดข้อผิดพลาด ไม่ว่าจะตั้งวัตถุประสงค์ทางไหน ภาระต่างๆ ตกอยู่กับองค์กรภายในที่รับผิดชอบต่อเทคโนโลยีการผลิต ไม่ว่าจะเป็นแผนกวิศวกรรม ฝ่ายผลิต ฝ่ายไอที หรือแม้แต่แผนกบำรุงรักษา มาวางระบบร่วมกันเพื่อให้ได้ถึงเป้าหมาย

ระบบ IoT หรือ Internet of Things ที่ต้องการจึงต้องถูกวางสถาปัตยกรรมให้สอดคล้องกับเป้าวัตถุประสงค์นั้นด้วย เราจะพูดถึงลักษณะร่วมที่ IoT จำเป็นต้องมีเพื่อให้ได้เป้าหมาย

ข้อมูลระบบ IoT ในอุตสาหกรรม

การเชื่อมโยงข้อมูลแนวดิ่ง

ข้อมูลแนวดิ่ง คืออะไร หมายถึงอะไร ในกระบวนการผลิต หากมองจากสิ่งที่ต้องการในการทำ IoT เช่น ถ้าต้องการประเมินอัตราการผลิตเกี่ยวกับความสามารถสูงสุดของโรงงาน (OEE) ข้อมูล (Information) นี้ถือเป็นข้อมูลเป้าหมายเพื่อประเมินข้อมูลนี้ เราต้องทราบข้อมูล OEE ในระดับไลน์ การผลิต OEE ในระดับเครื่องจักร ต้องทราบอัตราการผลิตต้องมีข้อมูลการนับสินค้า การตรวจจับการใช้วัตถุดิบ การนับของเสีย การตรวจเช็คผู้ปฏิบัติงาน ความเร็วของสายพานลำเลียงอุณหภูมิที่ใช้ ลงไปถึงข้อมูลย่อยจากเซนเซอร์ต่างๆ IoT ที่มีประสิทธิภาพจะใช้ข้อมูลที่มีการแชร์ ตั้งแต่ระดับล่างขึ้นมาถึงระดับบนอย่างมีระบบและตำแหน่งความเกี่ยวข้องในแง่ข้อมูล อย่างชัดเจน เครือข่ายจะต้องเชื่อมโยงข้อมูลอย่างถูกต้องและตรงเวลา คุณสมบัติเชื่อมโยงข้อมูลในแนวดังนี้จะเป็นพื้นฐานสำหรับการบรรลุเป้าหมาย ทำให้สิ่งที่ได้มามีความถูกต้องตรวจสอบและเจาะลึก และสะท้อนกับแนวทางแก้ปัญหาหรือพัฒนาในอนาคต

ระบบที่ครอบคลุมข้อมูลหลากหลายประเภท

ลักษณะที่มีความแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ข้อมูลเชิงปริมาณ เช่น การนับสินค้า ความเร็วของสายพาน ค่าอุณหภูมิในเครื่องอบ อัตราการผลิต จำนวนของเสีย มีความแตกต่างจากข้อมูลที่เป็นลอจิกหรือออนออฟ เช่น เซนเซอร์ การตรวจจับสินค้า และมีความแตกต่างจากข้อมูลเชิงวิเคราะห์ เช่น การวิเคราะห์ข้อเสียของอุปกรณ์ประเภท Quality Inspection ที่มาเป็นชุดข้อมูล

ในการใช้งานอุปกรณ์กล้องอุตสาหกรรม (Vision Sensor) เทคโนโลยีที่มีประโยชน์มากคือการส่งภาพถ่ายประกอบกับข้อมูลเชิงวิเคราะห์ผ่านทางเครือข่าย ในกรณีนี้ข้อมูลที่ส่งผ่านจะอยู่ในรูปแบบข้อมูลภาพเพื่อจัดเก็บ เช่น ภาพสินค้าก่อนบรรจุกล่อง ภาพถ่ายชิ้นส่วนสำคัญเพื่อจัดเก็บในฐานข้อมูล

ระบบที่สามารถรองรับและเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความแตกต่าง และหลากหลายกลายเป็นโครงสร้างที่ต้องมีในระบบ IoT
ระบบที่สามารถรองรับและเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความแตกต่าง และหลากหลายกลายเป็นโครงสร้างที่ต้องมีในระบบ IoT

การรองรับอุปกรณ์ที่หลากหลายและอนาคต

หลายโรงงานมีการนำหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมาใช้งานในฐานะที่หุ่นยนต์เป็นส่วนหนึ่งของการผลิต โดยเฉพาะในกระบวนการประกอบชิ้นงาน พ่นสีชิ้นงาน การเคลื่อนย้ายตำแหน่งและการบรรจุหีบห่อ การเชื่อมโยงระบบ IoT เข้ากับหุ่นยนต์ จึงมีความจำเป็นและทวีความสำคัญตามจำนวนหุ่นยนต์ที่มีการใช้งานมากขึ้น

ภาพโรงงานอุตสาหกรรม
ภาพโรงงานอุตสาหกรรม

เรายังพบความต้องการเชื่อมโยงนี้กับระบบอื่นๆ อีก เช่น ระบบความปลอดภัย (Machine safety) ที่วัดความเข้มข้นขึ้นตามข้อบังคับและจริยธรรม ระบบ Safety ที่สามารถหยุดชะลอการผลิตก็จะมีความเชื่อมโยงกับข้อมูลผลิตภาพของการผลิตนั้นๆ ได้

การจัดการงานอย่างมีประสิทธิภาพ

จะเห็นว่าเรากำลังมองหาระบบที่มีความเชื่อมโยงที่หลากหลาย หากพิจารณาซอฟต์แวร์ที่รองรับการเชื่อมโยงของอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน เราคงต้องมีซอฟต์แวร์จำนวนมาก และการเชื่อมโยงทีมี่ความยุ่งยาก เราจึงต้องการระบบจัดการทีมี่ความครอบคลุมและยืดหย่นุ พอที่จะดูแลการบริหารข้อมูลทั้งหมด ซอฟต์แวร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับการส่งผ่านข้อมูลกับระบบจัดการที่ใช้อยู่ เช่น ระบบ MES หรือ ERP

ระบบ IoT ในโรงงานอุตสาหกรรม

โดยสรุป หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่กำลังมองหาสถาปัตยกรรม IoT ที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและตอบสนองต่อเป้าหมายองค์กร รวมกับการรองรับอนาคต มีความจำเป็นต้องมองหาระบบที่มีความสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากล่างขึ้นบนตามแนวดิ่ง สามารถรองรับข้อมูลที่หลากหลายภายใต้โครงสร้างเดียวกัน เชื่อมโยงอุปกรณ์ได้อย่างกว้างขวาง และมีระบบจัดการได้อย่างดีเยี่ยม

เยี่ยมชมเว็บไซต์เกี่ยวกับ SYSMAC Studio ได้ที่
http://www.omron-ap.co.th/solutions/sysmacstyle/index.html

หรืออุปกรณ์เกี่ยวกับระบบ IoT ที่เว็บไซต์
http://www.omron-ap.co.th/products/category/automation-systems/networks/index.html