COVESTRO ศูนย์การผลิตที่ทันสมัย ในมาตรฐานระดับโลก

บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด (Covestro (Thailand) Co., Ltd.) ก่อตั้งเมื่อปี 2558 โดยแยกตัวออกจากบริษัท ไบเออร์ ไทย ดำเนินธุรกิจประกอบด้วย 3 หน่วยธุรกิจ คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทน กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต และกลุ่มผลิตภัณฑ์สารเคลือบสารยึดติด และผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน มีโรงงานผลิตโพลีคาร์บอเนตที่ทันสมัยระดับโลกอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง และศูนย์การผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนแบบครบวงจรในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเยอรมนี

COVESTRO ศูนย์การผลิตที่ทันสมัย ในมาตรฐานระดับโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.โทมัส เทอปเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน โคเวสโตร เอจี ได้ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของโคเวสโตรทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และในประเทศไทย

โคเวสโตร เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตโพลีเมอร์คุณภาพสูงและคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอาคารและสิ่งก่อสร้าง อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอน์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง โคเวสโตรมีโรงงานตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทั่วถึง

โคเวสโตรมุ่งขยายการเติบโตทั่วโลกเพื่อตอบสนองความต้องการในทุกภูมิภาค โดยวางแผนขยายกำลังการผลิตในโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ประเทศไทย โรงงานในเมืองกวางโจว ประเทศจีน โรงงานในเมืองเซาธ์เดียร์ฟิลด์ ประเทศสหรัฐอเมริกาและโรงงานที่เมืองดอร์มาเกน ประเทศเยอรมนี ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตำแหน่งที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ของแต่ละภูมิภาค การลงทุนทั้งหมดคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านยูโร ครอบคลุมการขยายโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานของศูนย์การผลิตใหม่เหล่านี้จะสร้างตำแหน่งงานใหม่กว่า 100 ตำแหน่งทั่วโลก” ดร.เทอปเฟอร์ กล่าว

“ในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาโคเวสโตรมีผลประกอบการเพิ่มขึ้น 10.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.9 พันล้านยูโร หรือประมาณ 1.56 แสนล้านบาท และเติบโตในทุกๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทน (PUR) เพิ่มขึ้น 3.9% กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต (PCS) เพิ่มขึ้น 5.3% กลุ่มผลิตภัณฑ์สารเคลือบ สารยึดติด และผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน (CAS) เพิ่มขึ้น 5.8% ซึ่งจากความสำเร็จของไตรมาสที่ 2 นี้ ทางบริษัทฯ จึงหวังว่าปีนี้จะสามารถเติบโตได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนการลงทุนเพิ่มเติมนั้นคาดว่าภายใน 3 ปี บริษัทจะเพิ่มค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capex) สูงสุดถึง 1.2 พันล้านยูโรต่อปี โดยเดินหน้าขยายศูนย์ผลิตภัณฑ์ให้สามารถพัฒนาต่อยอดเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน” ดร.เทอปเฟอร์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทยและอาเซียนเป็นพื้นที่การพัฒนาเชิงกลยุทธ์ของโคเวสโตร ในปี 2560 ภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคที่ประสบความสำเร็จด้วยการเติบโตของยอดขายที่สูงที่สุด ดังนั้น บริษัทจึงลงทุนด้านการพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสร้างศูนย์การผลิตเพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมของลูกค้าหลักในภูมิภาค โคเวสโตรคาดว่าในปีถัดไปจะเติบโตสูงกว่า GDP 1-2% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งรวมถึงประเทศไทย

“สำหรับอาเซียน โคเวสโตรมีประสบการณ์ในภูมิภาคนี้มามากกว่า 50 ปี มีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม กัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดดำเนินการศูนย์การผลิตที่ทันสมัยในมาตรฐานระดับโลกที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ศูนย์การผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนแบบครบวงจรในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงศูนย์เทคนิคที่ตันเกอรัง เซอลาตัน ประเทศอินโดนีเซีย” ดร.เทอปเฟอร์ กล่าวเพิ่มเติม

ดร.เยอร์เกน มายน์ และ ดร.โทมัส เทอปเฟอร์
ดร.เยอร์เกน มายน์ และ ดร.โทมัส เทอปเฟอร์

ดร.เยอร์เกน มายน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โคเวสโตร ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจหลักใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทน กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต และกลุ่มผลิตภัณฑ์สารเคลือบ สารยึดติดและผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน โดยโคเวสโตร (ประเทศไทย) ได้ดำเนินธุรกิจดังกล่าวมายาวนานกว่า 50 ปี ปัจจุบันโคเวสโตรมีพนักงานราว 750 คน ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ ศูนย์การผลิตโพลีคาร์บอเนตมาตรฐานระดับโลก ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง และศูนย์การผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนแบบครบวงจร ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ

กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทน : โคเวสโตรเป็นผู้ผลิตและคิดค้นวัตถุดิบเพื่อการสร้างโฟมโพลียูรีเทนชนิดแข็งและชนิดยืดหยุ่นตลอดจนการสร้างวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานหลายประเภทสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งฟูกที่นอนเบาะรถยนต์ รวมไปถึงฉนวนสำหรับเครื่องทำความเย็น และฉนวนกันความร้อนสำหรับอาคารต่างๆ

กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต : โคเวสโตรถือเป็นผู้นำด้านการพัฒนาและผลิตโพลีคาร์บอเนต ซึ่งมีลักษณะโปร่งใส ทนทานต่อการแตกหัก และสามารถขึ้นรูปเป็นพลาสติกคุณภาพสูงได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตในปัจจุบันสามารถผลิตในรูปแบบเม็ดละเอียด แบบแผ่น และแบบฟิล์ม ผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย อาทิ ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า/อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์และหุ่นยนต์กลไกทางการแพทย์

กลุ่มอุตสาหกรรมสารเคลือบ สารยึดติด และผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน : โคเวสโตรถือเป็นผู้นำด้านการนำเสนอวัตถุดิบสำหรับเคมีภัณฑ์เพื่องานเคลือบ งานยึดติด และงานเฉพาะด้าน ที่ต้องการคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยป้องกันพื้นผิวและรักษารูปทรงให้คงสภาพเดิมไว้ ไม่ว่าจะเป็นสารเคลือบบนพื้นผิวรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์พื้น ตลอดจนการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมกีฬาและสันทนาการหรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ด้านความงาม งานสิ่งทอ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

ศูนย์การผลิตโพลีคาร์บอเนตที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด สามารถผลิตผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง และฟิล์มเฉพาะด้านเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีศูนย์พัฒนาและวิจัยสีผสม และศูนย์ทดลองเชิงเทคนิค (The Color Competency and Development Center & Technical Laboratory) ศูนย์นี้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก พร้อมด้วยคลังสีและเทคโนโลยีการผสมสีอันเป็นเอกลักษณ์ของโคเวสโตร ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสร้างตัวอย่างชิ้นงานที่ขึ้นรูปจากสีที่ลูกค้าต้องการได้อีกด้วย

ศูนย์การผลิตและวิจัยพัฒนา

นอกจากนั้น ภายในศูนย์แห่งนี้ยังมีศูนย์การผลิตฟิล์มสำหรับงานเฉพาะด้านเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดพกพา หน้าจอแสดงผล ยานยนต์ และบัตรต่างๆ ซึ่งต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษ โดยบัตรดังกล่าวสามารถใช้เลเซอร์สลักข้อมูลและรูปภาพของผู้ถือบัตรด้วยความคมชัดที่เหนือกว่าแบบฟิล์มเคลือบมาตรฐาน และสามารถทำปฏิกิริยากับแสงเลเซอร์ได้ จึงสามารถทำให้ป้องกันการปลอมแปลงได้เป็นอย่างดี เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะถูกบันทึกลงไปทั้งบนฟิล์มเคลือบและบนวัสดุด้านใน

ส่วนศูนย์ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูนั้น เป็นศูนย์การผลิตและพัฒนาโพลียูรีเทนแบบครบวงจร จะผลิตโพลิออลสูตรเฉพาะซึ่งนำมาผสมกับ MDI หรือ TDI เพื่อให้เป็นโพรียูรีเทนที่เหมาะสำหรับงานต่างๆ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า งานก่อสร้าง ยานยนต์ หรือแม้แต่อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ศูนย์การผลิตแห่งนี้ยังเป็นศูนย์ทดลองที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสั่งเพื่อตอบโจทย์ให้กับทั้งผู้รับจ้างผลิตสินค้า (The Oroginal Equipment Manufacture : OEM) และลูกค้าโดยตรงอีกด้วย

“ทุกศูนย์การผลิตของโคเวสโตรยึดมั่นหลักการประกอบธุรกิจและนโยบายเช่นเดียวกับโคเวสโตรในประเทศเยอรมนี ซึ่งให้ความสำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดความยอดเยี่ยมของคุณภาพ และประสิทธิภาพทางการค้า นอกจากนั้นความยั่งยืนเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของเรา โคเวสโตรให้ความสำคัญกับชุมชนในบริเวณศูนย์การผลิตเสมอ โดยจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับชุมชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การร่วมมือกับรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนโครงการสำหรับชุมชนต่างๆ และแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม” ดร.เยอร์เกน มายน์ กล่าว

ผลิตภัณฑ์จากศูนย์การผลิต

โคเวสโตรมีวิสัยทัศน์ที่ยึดถือปฏิบัติร่วมกันทั่วโลก นั่นคือบริษัทต้องการสร้างสรรค์ให้โลกสดใส ซึ่งจะบรรลุได้ด้วยการพัฒนาวัสดุโพลิเมอร์ระดับพรีเมียม ส่งเสริมนวัตกรรม สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน มีเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ช่วยรักษาผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงสร้างค่านิยมของเราให้สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน คือ “คน โลก ผลประกอบการที่ดี”

และเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว โคเวสโตรมีวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้มีนวัตกรรม และการดูแลสังคมอย่างรับผิดชอบโดยบริษัทยึดมั่นในค่านิยม 3 ประการที่สะท้อนวิธีคิดและการดำเนินงาน และยังใช้เป็นแนวทางให้แก่พนักงานทุกคนในองค์กรได้ปฏิบัติร่วมกัน นั่นคือ ความใฝ่รู้ โดยบริษัทยินดีเปิดรับความคิดใหม่ๆ แสดงถึงการกระหายความก้าวหน้า และแสวงหาการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความใฝ่รู้ทำให้เกิดการรับฟังอย่างตั้งใจ และนำเสนอวิธีการแก้ไขที่สร้างสรรค์ ที่สอดคล้องกับความต้องการ และเหนือความคาดหมาย ความกล้าหาญ บริษัทมองไปยังอนาคตและเห็นโอกาส ในขณะที่คนอื่นเห็นเพียงข้อจำกัด และในขณะที่คนอื่นๆ ตั้งคำถามว่า “ทำทำไม?” บริษัทจะตอบว่า “ทำไมถึงจะไม่ทำ?” ความรู้และประสบการณ์ของเราทำให้สามารถก้าวข้ามกรอบจำกัดที่มีอยู่ได้ และ ความมีสีสัน เพราะในโลกธุรกิจที่มักจะเป็นสีเทา โคเวสโตรจะเป็นความหลากหลายที่มีสีสัน การมองโลกในแง่ดี และความคิดสร้างสรรค์ เพราะรู้ว่ามุมมองที่แตกต่างกันจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างริเริ่มสร้างสรรค์

สุดท้าย ดร.โทมัส เทอปเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน โคเวสโตร เอจี กล่าวเพิ่มเติมว่า “ประเทศไทยนั้นนับเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำหรับฐานการผลิตและลงทุนของโคเวสโตร ด้วยตำแหน่งที่ตั้งเหมาะสม มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี พร้อมด้วยบุคลากรที่มีศักยภาพในด้านเทคนิคต่างๆ และการส่งเสริมการลงทุนจากรัฐบาล ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงการมีเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ดีของประเทศไทย ดังนั้นสำนักงานที่ประเทศไทยจึงได้รับเลือกให้เป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคอาเซียน โดยทางโคเวสโตรตัดสินใจเพิ่มการลงทุนในประเทศไทยด้วยเงินทุน และทรัพยากรบุคคลจำนวนมาก เพราะกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับส่งเสริมจากรัฐบาลตามโครงการ EEC ทำให้ความต้องการในผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้น โคเวสโตรขยายศูนย์การผลิตโพลีคาร์บอเนตในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด คาดว่าจะเริ่มผลิตในปลายปี 2562 โดยใช้เทคโนโลยี Coextrusion อันล้ำสมัยของโคเวสโตรเอง”

บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งมั่นที่จะผลักดันและส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยให้สามารถรับมือกับการแข่งขันในระดับสากล ผ่านการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง