CES 2019…THE GLOBAL STAGE FOR INNOVATION


เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดงาน CES 2019 ณ เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา งาน CES เป็นงานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นงานที่สามารถบ่งบอกเทรนของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น จึงมีบริษัทต่าง ๆ จากทั่วโลกนำเทคโนโลยีของตนเองมานำเสนอมากมาย จึงเป็นแรงดึงดูดให้ผู้สนใจเทคโนโลยีจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าชมงานนี้

งาน CES 2019...THE GLOBAL STAGE FOR INNOVATION

เทรนของเทคโนโลยีในปี 2019 นั้น จะเป็นเรื่องของ AI, 5G, entertainment, sports, automotive, resilience และ smart cities นอกจากนั้นยังมีปาฐกถาจากบุคคลที่มีบทบาทสำคัญด้านเทคโนโลยีของโลกจาก AMD และ AT&T ผู้บริหารระดับสูงจาก Twitter, National Football League, Walmart และ Intel พร้อมกันนี้ก็มีบริษัทต่าง ๆ พร้อมใจกันมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานนี้ จึงกล่าวได้ว่า CES เป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับนวัตกรรมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่

ดร. ลิซ่า ซู President and CEO of AMD ได้ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงาน โดยทาง AMD ได้เปิดตัวโปรเซสเซอร์ Radeon VII โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นโปรเซสเซอร์ 7nm ตัวแรกที่สร้างขึ้นเพื่อการเล่นเกม สร้างความมั่นใจให้แก่เกมเมอร์ว่าจะเล่นเกมส์ได้อย่างไหลรื่น มีแอพพลิเคชั่นเพื่อการพัฒนาและเรียนรู้เพิ่มเติม โดยRadeon VII และผลิตภัณฑ์ AMD อื่น ๆ จะใช้โดยนักกีฬา esport ทีม Fnatic และ STEM ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมในนิวยอร์ค “It’s our job to bring power computing to the largest ecosystem we can,” ดร.ซู กล่าวกับผู้เข้าร่วมประชุม

ดร. ลิซ่า ซู President and CEO of AMD
ดร. ลิซ่า ซู President and CEO of AMD

วันต่อมาเป็นการเสวนาในหัวข้อ “New Frontiers in Mobile” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมมองเห็นอนาคตของ 5G โดยมี Michael Kassan ประธานและซีอีโอของ MediaLink เริ่มต้นปาฐกถาพิเศษโดยการประกาศให้ผู้ชมเห็นว่า “งาน CES 2019 นั้นเป็นจุดเริ่มต้นในการประกาศเจตนารมณ์และการเดินหน้าสู่ 5G” บนเวทีวันนี้นอกจาก Kassan แล้วยังมี John Donovan ซึ่งเป็น CEO ของ AT&T Communications ด้วย ทั้งสองได้พูดคุยกันถึงความพยายามของ AT&T ในการทำให้ 5G เป็นจริง โดย Donovan บอกกับผู้เข้าร่วมถึงความสำคัญของ 5G ว่า “เครือข่ายนี้ไม่เพียงแต่เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่ทำให้เราได้เห็นถึงการเติบโตของการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ซึ่งเป็นการติดต่อแบบเรียลไทม์” นอกจากนั้นยังได้มีการพูดคุยถึงการที่ AT&T จะทำให้ Rush Hospital ในชิคาโกเป็นโรงพยาบาลที่เปิดใช้งาน 5G แห่งแรก

งาน CES

หลังจากนั้น Philip Thomas, Chairman of Cannes Lions ได้สอบถามผู้เข้าร่วมเสวนาว่า 5G จะส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนอย่างไร โดยมีผู้บริหารจาก Adobe, Deloitte Digital, Magic Leap, National Geographic and The Stagwell Group ได้ร่วมออกความเห็น โดยผู้บริหารทั้งหมดเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันว่า 5G จะส่งผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน เช่น รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง และ VR นอกจากนั้นการตลาดก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน

ส่วนการเสวนาในหัวข้อ “The New Mobility Revolution,” โดย Chris Urmson, co-founder and CEO of Aurora เขากล่าว่า “เรามาที่นี่เพื่อหยุดยั้งการเสียชีวิตบนถนนของอเมริกาและทั่วโลก สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่จะยอมรับได้ และเราควรทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้” Aurora พร้อมด้วยพันธมิตร เช่น Audi, Intel และ National Safety Council เป็นสมาชิกของ PAVE ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่สาธารณชนในเรื่อง ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง ซึ่งจากมุมมองของ Amnon Shashua, President and CEO, MobilEye กล่าวว่า “สหรัฐอเมริกาเหมาะสมกับการใช้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองแต่ก็ยังมีข้อขัดข้องบางประการ แต่ในอิสราเอลนั้นรัฐบาลให้การสนับสนุนเต็มที่”

John Krafcik ซีอีโอของ Waymo ได้กล่าวเสริมถึงประโยชน์ของเทคโนโลยียานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองเพื่อโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความปลอดภัยและสังคมที่ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองจะช่วยได้หากมื่อนำไปปฏิบัติจริง รถยนต์ที่ขับขี่ด้วยตนเองมีโอกาสที่จะกำจัดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ถึง 94 เปอร์เซ็นต์จากความผิดพลาดของมนุษย์ทำให้ถนนปลอดภัยมากขึ้น “เทคโนโลยีนี้มีโอกาสที่จะสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงและนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงพร้อมที่จะผลักดันให้มันเกิดขึ้นได้จริง” Krafcik กล่าว

John Krafcik ซีอีโอของ Waymo
John Krafcik ซีอีโอของ Waymo

Krafcik กล่าวเพิ่มเติมว่า รถที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองของ Waymo สามารถพาผู้ขับขี่กลับบ้านได้อย่างปลอดภัยไม่ว่าสภาพอากาศ สภาพถนนหรือการจราจรจะเป็นอย่างไร ในขณะที่รถยนต์ที่ขับขี่ด้วยตนเองได้รับความนิยมมากขึ้น ดังนั้น Waymo ได้วางแผนที่จะพัฒนาเทคโนโลยีของพวกเขาต่อไป โดยจะแนะนำรถยนต์นี้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองเป้าหมายให้มากขึ้น

ส่วนการเสวนาในหัวข้อ “Connected Car with 5G” ซึ่งดำเนินรายการโดย Julian Mitchell จาก Forbes ได้เชิญผู้บริหารจาก BlackBerry Certicom, Renault-Nissan-Mitsubishi, TomTom and Flex โดยร่วมอภิปรายว่า 5G จะเปลี่ยนรถยนต์ในอนาคตให้เป็นศูนย์ข้อมูลส่วนตัวของผู้ขับขี่ได้อย่างไร Smart Cities จะทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร ส่งผลต่ออุตสาหกรรมอย่างไร การติดต่อสื่อสารและความเป็นส่วนตัวจะได้รับผลกระทบอย่างไร

ส่วนหัวข้อ “Applied AI” จัดขึ้นที่ Eureka Park มีผู้ร่วมอภิปรายจาก Bruno Morency, Techstars; Karen Holst, LinkedIn Learning Instructor; Gregory Pal, Automat; และ Allan Benchetrit, Algolux เป็นหัวข้อที่เจาะลึกลงไปในเรื่องของ AI ที่มีเทคโนโลยีที่ซับซ้อน บริษัทต่าง ๆ มักจะอ้างว่าได้นำ AI เข้ามาใช้ ทั้งที่แท้จริงแล้วไม่ได้นำมาใช้จริง “If everyone claims they are an AI company, then no one truly is an AI company,” Gregory Pal, CBO, Automat กล่าวย้ำ

ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบของ 5D ในหัวข้อ “What IoT and 5G Bring to Retail” ซึ่งเป็นการพูดคุยร่วมกันของ Michelle Grant, International head of retailing at Euromonitor, and Dr.Charis Christopoulos, GlobalLogic SVP, CTO, and EMEA ทั้งสองได้กล่าวถึงผลกระทบของ IoT และบ้านอัจฉริยะที่มีต่อการค้าปลีก รวมทั้งวิธีการซื้อเครื่องใช้ในบ้านในชีวิตประจำวันโดยมีเทคโนโลยีมารองรับ เป็นผลกระทบที่ผู้ค้าปลีกจะต้องเตรียมพร้อมรับมือ

Understanding the Asian Retail Market” เป็นหัวข้อที่ร่วมอภิปรายโดย moderator Deborah Weinswig, CEO and cofounder of Coresight Research และผู้ร่วมเสวนาพิเศษจาก Tencent and JD.com. “WeChat ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค” Cecilia Tian, vice general manager, smart retail strategic partnership department, Tencent กล่าว WeChat เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในวัฒนธรรมการช๊อปของคนจีน และได้สร้างโอกาสที่ไร้ขอบเขตสำหรับผู้ค้าปลีก ผู้บริโภคชาวจีนใช้ WeChat เฉลี่ยวันละ 100 นาทีต่อวัน และเกือบทั้งหมดใช้บริการรหัส QVC เพื่อซื้อสินค้า ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์กับผู้ค้าปลีกดีขึ้น Chen Zhang, CTO,JD.com กล่าวถึงความท้าทายใหม่ของผู้ค้าปลีกที่ต้องเผชิญ

เสวนา งาน CES

นอกเหนือจากการเสวนาที่กล่าวมาแล้ว ยังมีการเสวนาในหัวข้ออื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ หัวข้อ “#NBATwitter” ซึ่งปัจจุบัน Twitter ได้เข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรมกีฬามากขึ้น ทำให้แฟนกีฬาได้รับทราบข่าวสารของทีมที่เชียร์และนักกีฬาที่ชื่นชอบได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ส่วนหัวข้อ “Immersive Media” ดำเนินรายการโดย Michael Davies, Senior Vice President, Fox Sports มีการพุดคุยถึงความสำคัญของเทคโนโลยีที่ปฎิวัติการรับชมของแฟนกีฬา ซึ่ง VR และ5G ทำให้แฟนที่ไม่สามารถเข้าไปชมกีฬา มีโอกาสได้รับรู้ถึงบรรยากาศการแข่งขันที่เสมือนได้นั่งอยู่ในสนามจริง ๆ

เรื่องของ การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ก็เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่มีการกล่าวถึงในงานนี้ มีการเสวนาในหัวข้อ “Cyber Network Security” โดยผู้บริหารระดับสูง the Center for Strategic and International Studies, AIG, nDimensional ดำเนินรายการโดย Sime Jurac, Bloomberg’s Commercial Director สรุปได้ว่า ผู้ออกแบบจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งาน อุปกรณ์จะต้องปลอดภัยเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความปลอดภัยและเพลิดเพลินไม่ต้องพะวงเรื่องการถูกคุกคาม

CES2020 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 มกราคม 2020 ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.ces.tech/media.aspx