บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ทุ่ม 3.85 หมื่นล้าน ลุยสร้างโรงไฟฟ้า SPP 7 โรง

บี.กริม เพาเวอร์ ทุ่มงบ 3.85 หมื่นล้าน ผุดโรงไฟฟ้าเอสพีพี 7 โรง กำลังการผลิตรวม 800 เมกะวัตต์ คาดทะยอยสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2568 ด้านโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 2 โครงการ มั่นใจสามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ตามกำหนดในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมรอลุ้นประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอูตะเภา สำหรับผลิตไฟฟ้าป้อนภายในสนามบินฯ ซึ่งลงทุนร่วมกับกลุ่มซีพีอีกหนึ่งโครงการ

บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ทุ่ม 3.85 หมื่นล้าน ลุยสร้างโรงไฟฟ้า SPP 7 โรง

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘BGRIM’ เปิดเผยว่าบริษัทฯ มีแผนลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (SPP Cogeneration) เพิ่มจำนวน 7 โรง กำลังการผลิตโรงละ 140 เมกะวัตต์ คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 800 เมกะวัตต์ โดยจะใช้เงินลงทุนรวม 3.85 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายในปีนี้ และจะสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2568

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้า SPP ทั้ง 7 โรง จะเป็นการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ 5 โรง โดยเป็นการก่อสร้างใหม่เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้า SPP เดิมที่กำลังจะหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 565 เมกะวัตต์ ส่วนอีก 2 โรง จะเป็นโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ ที่ย้ายมาจากการก่อสร้างจากจังหวัดราชบุรีมาอ่างทอง

โดยการสร้างโรงไฟฟ้า SPP ทั้ง 5 โรง แทนโรงไฟฟ้าเดิมนั้น บริษัทฯมั่นใจมีว่ามีลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมพร้อมที่จะซื้อไฟฟ้าอยู่แล้ว และจะไม่มีปัญหาในการขายไฟฟ้าแม้ว่าสัญญาขายไฟฟ้าใหม่ให้ทาง กฟผ. จะลดลงจากเดิมที่โรงละ 90 เมกะวัตต์ เหลือโรงละ 30 เมกะวัตต์

นางปรียนาถ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ในเวียดนามอีก 2 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิครวม 667 เมกะวัตต์ว่า จะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ได้ตามกำหนดในเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีอัตราค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ประมาณ 3 บาทต่อหน่วย

นอกจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ในเวียดนามแล้ว BGRIM ยังคงแสวงหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าในประเทศอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งได้มีการเตรียมประกาศการโครงการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลม ขนาด 36 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ BGRIM ยังมีความสนใจลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ในประเทศไทยด้วย โดยในปัจจุบันมีลูกค้าในมือแล้ว 200 เมกะวัตต์ จากที่มีการเซ็นต์สัญญาแล้ว 70 เมกะวัตต์ และจ่ายไฟฟ้าแล้ว 6.5 เมกะวัตต์ และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะจ่ายไฟฟ้าได้ประมาณ 20 – 25 เมกะวัตต์ โดยเน้นกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหรกรม ห้างสรรพสินค้า โกดังสินค้า อาคารพาณิชย์ เป็นต้น

ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาโครงการระบบไฟฟ้าและน้ำเย็น ในพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภานั้น เป็นโรงงานไฟฟ้าแบบผสมผสาน มี 2 ระยะ กำลังการผลิต 160 เมกะวัตต์ และพลังงานแสงอาทิตย์อีก 70 เมกะวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน 50 เมกะวัตต์ชั่วโมง โดยทางบริษัทฯ ได้รับสิทธิดำเนินการจากกองทัพเรือซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) นอกจากนี้แล้ว BGRIM ยังได้ร่วมกับพันธมิตนำโดยเครื่อเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เข้าร่วมประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก หากสามารถชนะประมูลได้ บริษัทฯ จะมีโอกาสในการเข้าไปพัฒนาเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าภายในสนามบินด้วย