โคบอท ทางเลือกแห่งอนาคต เพื่อก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

การที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายไทยแลนด์ 4.0 หรือการประกาศว่าจะสร้างชาติให้เป็นประเทศที่มีรายได้ประชากรสูง ด้วยระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ด้วยนโยบายดังกล่าว เทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 จึงถือเป็นกุญแจสำคัญในการแปรรูปภาคการผลิตของไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี ค.ศ. 2028

โคบอท ทางเลือกแห่งอนาคต เพื่อก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย ระบุว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ คือ กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งภายใต้แนวคิดนี้ รัฐบาลได้กำหนดให้อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (S-curve Industries) 10 ประเภท เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (S-curve) และกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ (New S-curve) โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (S-curve) ได้แก่ อุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ (New S-curve) คืออุตสาหกรรมขั้นสูงแนวใหม่ เช่น อุตสาหกรรมอวกาศและพลังงานชีวภาพ

ที่ผ่านมา การนำหุ่นยนต์มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมของไทยยังอยู่ในอัตราต่ำ คือ ประมาณ 15% ของภาคการผลิตทั้งหมด ดังนั้น ความต้องการหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและจัดการด้านการผลิตจึงยังมีอยู่มาก ดังนั้น บริษัท ยูนิเวอร์ซัล โรบอทส์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์เพื่อการทำงานร่วมกับมนุษย์สัญชาติเดนมาร์ก จึงกำหนดให้ประเทศไทยเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพการเติบโตสูง

ยูนิเวอร์ซัล โรบอทส์ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 2005 โดยผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีระดับสูงของบริษัท เอสบอน ออสเตอร์การ์ด ผู้ปรารถนาให้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ เขาจึงพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดเล็ก เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน มีราคาสมเหตุสมผล และมีความยืดหยุ่นในการใช้งานที่มนุษย์สามารถใช้ในการทำงานได้อย่างปลอดภัยและใช้งานได้ตลอดกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมรายการผลิตภัณฑ์ของเขายังรวมถึงมือหุ่นยนต์รุ่น UR3, UR5 และ UR10 ซึ่งตั้งชื่อตามน้ำหนักที่รองรับได้ในหน่วยกิโลกรัม หลังจากการเปิดตัวหุ่นยนต์ UR รุ่นแรกในปี ค.ศ. 2008 บริษัทได้มีการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจนในด้านหุ่นยนต์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ และสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งหุ่นยนต์ UR มีระยะเวลา คืนทุนภายใน 12 เดือนเท่านั้น ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม

ในปัจจุบัน ยูนิเวอร์ซัล โรบอทส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Teradyne Inc. ในสหรัฐอเมริกา มีสำนักงานใหญ่ที่เมืองโอเดนเซประเทศเดนมาร์ก และมีสำนักงานสาขาทั้งในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก เยอรมนี สเปน ฝรั่งเศส อิตาลี สาธารณรัฐเช็ก ตุรกี อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์

มร.ซาการิ กูอิกกะ ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ยูนิเวอร์ซัล โรบอทส์

มร.ซาการิ กูอิกกะ ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ยูนิเวอร์ซัล โรบอทส์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมยุค 4.0 เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขั้นตอนการทำงานและกำลังการผลิต นับตั้งแต่ ค.ศ. 2016-ค.ศ. 2018 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทยได้มีการมอบเงินกระตุ้นการลงทุนแก่โครงการเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานไปแล้วกว่า 36 โครงการ รวมมูลค่า 5.22 พันล้านบาท เฉพาะในปีที่ผ่านมา มีการอนุมัติโครงการลงทุนด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติกว่า 11 โครงการ มูลค่ากว่า 1.46 พันล้านบาท1

“แม้จะมีการสนับสนุนเช่นนี้ หากศักยภาพของเทคโนโลยีรูปแบบนี้กลับยังไม่ได้ถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายเท่าที่ควร โดยข้อมูลแสดงให้เห็นว่า มีเพียง 15% ของภาคการผลิตของไทยที่ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในขั้นตอนการผลิต2 เราจึงเล็งเห็นถึงศักยภาพอีกมากในการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ ในยามที่ประเทศกำลังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรม” มร.ซาการิ กูอิกกะ กล่าวเพิ่มเติม

เทคโนโลยีโคบอท (หุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์) ได้สร้างประโยชน์มากมายให้แก่บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง นิสสัน มอเตอร์ (Nissan Motor Company) โดยนับตั้งแต่เริ่มนำหุ่นโคบอท รุ่น UR10 มาใช้ในโรงงาน บริษัทก็สามารถปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานให้เรียบง่าย ลดต้นทุนแรงงาน และสร้างชิ้นงานที่มีคุณภาพสม่ำเสมอได้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังช่วยผ่อนแรงคนงานสูงวัยของบริษัทนิสสัน จากการทำงานที่ต้องใช้แรงงานมากและงานที่ทำซ้ำๆ พวกเขาสามารถโยกย้ายไปทำงานอื่นๆ ที่มีมูลค่าและใช้ทักษะสูงขึ้น ส่วนบริษัท เจวีซี อิเล็กทรอนิกส์ อินโดนีเซีย หลังจากติดตั้งหุ่นโคบอท สามารถเพิ่มทั้งกำลังการผลิต คุณภาพของชิ้นงาน รวมถึงสวัสดิภาพของคนงาน พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ปีละมากกว่า 8 หมื่นดอลลาร์เลยทีเดียว

ด้วยคุณสมบัติของโคบอทที่มีน้ำหนักเบา ขนาดเล็ก และมีความยืดหยุ่น ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้แม้ในพื้นที่แคบและครอบคลุมอุตสาหกรรมได้หลากหลายรูปแบบ คนงานสามารถทำงานร่วมกับมันได้โดยไม่ต้องมีการติดตั้งรั้วกั้นเพื่อความปลอดภัย (ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยง) คุณประโยชน์มากมายที่ไม่จบสิ้นของโคบอทยังสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมากแก่อุตสาหกรรมในประเทศไทย ผ่านการเพิ่มกำลังการผลิต คุณภาพสินค้า และสวัสดิภาพของคนงาน

เทคโนโลยีโคบอท (หุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์)

เทคโนโลยีหุ่นยนต์ กุญแจสำ คัญสู่การก้าวสู่ Thailand 4.0

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตที่แข็งแกร่ง ซึ่งโดดเด่นในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่เฟื่องฟู และทั้ง 2 ภาคอุตสาหกรรมนี้ยังเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของโลก ประเทศไทยยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีโรงงานประกอบรถยนต์ 23 แห่ง และโรงงานประกอบมอเตอร์ไซค์ 8 แห่ง3 ไทยยังเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดดิสก์บันทึกข้อมูลชั้นนำ โดยคิดเป็น 82% ของผู้ส่งออกทั่วโลก4

หุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ หรือโคบอท

การเปลี่ยนแปลงไปสู่เทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด ในการรับประกันว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้และอุตสาหกรรมอื่นๆ จะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืนและรักษาสถานะผู้นำในระดับโลกได้

จากการศึกษาของซิสโก้และเอ.ที.คาร์นีย์ พบว่า ภาคการผลิตของไทยสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มูลค่า 50 พันล้านดอลลาร์ภายในปี ค.ศ. 2028 ผ่านการใช้เทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมยุค 4.05

ระบบอัตโนมัติกลายเป็นส่วนสำคัญในสมการการผลิตของอุตสาหกรรมหลายประเภทในเมืองไทย และในการทำให้ระบบอัตโนมัติเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ตามคำมั่นสัญญา เราจึงทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิดเพื่อทำการประเมิน ให้คำแนะนำและนำเสนอการใช้งานโซลูชันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย สำหรับการเพิ่มความสามารถของหุ่นยนต์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ด้วยการทำงานของสถาบัน UR Academy ของเรา ทั้งนายจ้างและลูกจ้างสามารถใช้องค์ความรู้จากแบบจำลองและเว็บบินาร์แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อฝึกฝนทักษะการตั้งโปรแกรมโคบอทหลักในการทำงานได้” มร.ซาการิ กูอิกกะ กล่าว

คุณประโยชน์ของโคบอทที่มักถูกมองข้าม

หุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ หรือโคบอท เป็นหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานควบคู่ไปกับมนุษย์ ซึ่งจะขับเคลื่อนตลาดระบบออโต้เนชันในอนาคต ซึ่งด้วยคุณสมบัติที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากมายต่อกระบวนการทำงาน/การผลิตของมนุษย์

มีการประมาณการว่าต่อไปยอดขายโคบอททั่วโลกจะสูงถึง 12 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มีการประเมินว่าการใช้หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ถึง 85% โคบอทยังมีฟังก์ชันความปลอดภัย 15 ฟังก์ชัน ประกอบด้วย 7 ฟังก์ชันถาวรประกอบด้วยกลไกหยุดกรณีฉุกเฉิน และการป้องกัน 8 ฟังก์ชันปรับเปลี่ยนได้ คือ ตำแหน่งข้อต่อ และความเร็ว และตำแหน่งการวางเครื่องมือ รวมถึงการกำหนดทิศทางความเร็ว แรงกระทำ แรงผลักและกำลังของหุ่นยนต์

จากการเก็บสถิติในบริษัทเอเทรีย ประเทศสวีเดน ผลปรากฏว่าบริษัทสามารถลดเวลาที่ต้องหยุดการผลิตเพื่อสลับการบรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์ 2 ชนิด จาก 6 ชั่วโมงเหลือเพียง 20 นาที ลดข้อผิดพลาดที่ทำให้เกิดเศษวัสดุเหลือใช้ได้ถึง 25% จึงสามารถใช้วัสดุในกระบวนการบรรจุหีบห่ออาหารได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด ส่วนบริษัทออโรแลบ ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตเลนส์ ได้นำโคบอทมาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อทำงานกับวัสดุที่ละเอียดอ่อน ทำให้ได้คุณภาพที่สม่ำเสมอ นอกจากนั้นโคบอทยังช่วยลดเวลาการทำงานที่สูญเสียไปเพราะการบาดเจ็บของพนักงานอีกด้วย

 


ข้อมูลอ้างอิง

1 https://www.prnewswire.com/news-releases/thailand-promotes-ai-robotics-technology-to-spur-industry-4-0-readiness-300854969.html
2 https://www.boi.go.th/upload/content/TIR_Newsletter_December_FINAL_11012019_5c3b4be3792bb.pdf
3 https://www.bangkokpost.com/business/news/1606570/automotive-industry-at-a-turning-point
4 https://www.kasikornbank.com/international-business/en/Thailand/IndustryBusiness/Pages/201902_Thailand_HDD_outlook2019.aspx
5 https://www.startupthailand.org/en/industry-4-0-set-to-add-50bn-in-thailands-manufacturing/