สแกนเนียเปิดตัวรถบรรทุกรุ่นใหม่และโรงงานใหม่ ประกาศความเป็นผู้นำในด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในประเทศไทย

สแกนเนียเผยแผนลงทุนเปิดโรงงานใหม่มูลค่า 800 ล้านบาท เพิ่มศักยภาพเพื่อผลิตและขายในเขตประเทศภูมิภาคอาเซียน พร้อมเปิดตัวรถบรรทุกรุ่นใหม่ล่าสุดที่สแกนเนียใช้เวลาทำวิจัยและพัฒนามากว่า 10 ปี ผ่านงบลงทุนรวมกว่า 7 หมื่น 2 พันล้านบาท

สแกนเนียเปิดตัวรถบรรทุกรุ่นใหม่และโรงงานใหม่ ประกาศความเป็นผู้นำในด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในประเทศไทย

นายกุสต๊าฟ ซันเดล กรรมการผู้จัดการบริษัทสแกนเนีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นพื้นที่ ที่มีความเหมาะสมในด้านอุตสาหกรรมการขนส่งและมีศักยภาพทางด้านการพาณิชย์ จากผลประกอบการในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา มียอดการเติบโตประมาณ 3 เท่าและมียอดจำหน่ายรถเพิ่มขึ้นจาก 400 กว่าคันเป็น 500 กว่าคัน แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีทรัพยากรด้านบุคลากรที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และมีตัวแทนจำหน่ายที่มีชื่อเสียง สามารถตอบรับมาตรฐานการผลิตของสแกนเนียได้ รวมถึงตอบโจทย์การเติบโตของความต้องการของลูกค้าได้โดยตรง ทำให้นอกจากสแกนเนียจะได้ใกล้ชิดลูกค้าได้มากขึ้นแล้ว ยังมั่นใจในเรื่องของยอดขายและศักยภาพด้านการผลิตที่จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ง่ายขึ้น

“โรงงานแห่งใหม่สำหรับการประกอบรถบรรทุกและรถบัส ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจการค้าเสรี (บางกอกฟรีเทรดโซน) จังหวัดสมุทรปราการ ถือเป็นการลงทุนด้านการผลิตที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยขยายฐานการผลิตนอกยุโรปและในละตินอเมริกา รวมถึงเจ้าหน้าที่ด้านการผลิต โลจิสติกส์ การวิจัยและพัฒนา จัดซื้อและสินเชื่อ ฝ่ายขายและการตลาด ซึ่งการลงทุนทั้งหมดมีมูลค่า 800 ล้านบาท โดยมีศักยภาพเพื่อผลิตและขายในเขตประเทศภูมิภาคอาเซียนด้วยขนาด 36,000 ตารางเมตร หรือ 22.5ไร่เทียบเท่า 22 ไร่ครึ่ง และมีแผนที่จะขยายโรงงานตามทิศทางการเติบโตของยอดขาย ซึ่งได้เตรียมพื้นที่ส่วนขยายไว้แล้ว” นายกุสต๊าฟ กล่าว

นายกุสต๊าฟ ซันเดล กรรมการผู้จัดการบริษัทสแกนเนีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด
นายกุสต๊าฟ ซันเดล กรรมการผู้จัดการบริษัทสแกนเนีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด

นายกุสต๊าฟ กล่าวว่า สแกนเนีย ได้วางแผนทางธุรกิจให้ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญในเอเชีย โดยเป็นศูนย์กลางในการขยายตลาดที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียทั้งหมด โดยสแกนเนียได้จัดตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค และวางแผนให้พร้อมโรงงานประกอบแห่งใหม่ที่ประเทศไทย สามารถขยายฐานการผลิตและจัดส่งสินค้าในแถบภูมิภาค ในส่วนของสแกนเนียในประเทศไทย ปัจจุบันมีการแยกออกเป็น 3 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัทสแกนเนียกรุ๊ป(ไทยแลนด์) จำกัด 2.บริษัท สแกนเนีย แมนูแฟคเจอริ่ง ดูแลในส่วนของการประกอบกิจการผลิตและประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ อะไหล่รถบรรทุก รถหัวลาก รถโดยสาร โครงรถโดยสารในโรงงานทั้งหมด ประเทศไทยเป็นโดย 1 ใน 3 ทั่วโลกที่มีโรงงานรองจากสวีเดนและบราซิล และ 3.บริษัทสแกนเนีย สยาม จำกัด ดูแลเรื่องการจำหน่ายรถบรรทุก และแชสซีส์รถโดยสารสแกนเนีย ตลอดจนงานบริการด้านการเงินสินเชื่อเช่าซื้อ

นายสเตฟาน ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการบริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวว่า ปี 2019 เป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับสแกนเนียในประเทศไทย เพราะสแกนเนียได้เปิดตัวรถบรรทุกรุ่นใหม่ล่าสุด ที่สแกนเนียใช้เวลาทำวิจัยและพัฒนามากว่า 10 ปี ผ่านงบลงทุนรวมกว่า 7 หมื่น 2 พันล้านบาท โดยรถบรรทุกรุ่นใหม่ถูกออกแบบให้ห้องโดยสารมีความทันสมัยมากขึ้น ยกตัวอย่าง การเพิ่มถุงลมนิรภัยด้านข้างม่านแบบโรลโอเวอร์เพื่อปกป้องผู้ขับขี่จากอุบัติเหตุร้ายแรง การปรับปรุงช่วงล่างของแชสซีส์และแค็บให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ ลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารอีก 2 เดซิเบล (ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ของสแกนเนีย ที่เรานิยามว่า “พรีเมียม” ในอุตสาหกรรมรถบรรทุกสมัยใหม่) ส่วนเครื่องยนต์สามารถประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงลดลงโดยเฉลี่ยอีก 5 เปอร์เซ็นต์และมีการพัฒนาด้านความปลอดภัยกับสภาพสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น สามารถเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงทางเลือกและช่วยลดการปล่อยมลพิษ รองรับการพัฒนาโซลูชั่นที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงทางเลือกและเชื้อเพลิงทดแทนใหม่ ๆ ได้ เช่นไบโอดีเซลและก๊าซชีวภาพ รวมถึงสามารถปรับใช้ไบโอดีเซลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้สแกนเนียยังใส่ใจต่อผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน จึงเพิ่มประสิทธิภาพของโซลูชั่นที่สแกนเนียนำเสนอแก่ลูกค้า ทำให้ลูกค้าสามารถบริหารธุรกิจและทำกำไรที่เพิ่มขึ้นด้วย

นายสเตฟาน ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการบริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด
นายสเตฟาน ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการบริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด

“รถบรรทุกรุ่นใหม่ได้รับการแนะนำให้รู้จักในตลาดยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 และเริ่มเปิดตัวสู่ตลาดทั่วโลกและได้รับการตอบรับจากลูกค้าในเชิงบวก พร้อมข้อเสนอแนะจากลูกค้าที่ดี ส่งผลสะท้อนให้ตัวเลขยอดขายของสแกนเนียอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสแกนเนีย สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย ความยั่งยืน ความพึงพอใจของผู้ขับขี่และที่สำคัญที่สุด คือการปรับปรุงเศรษฐกิจการดำเนินงานโดยรวมให้กับลูกค้าของเราได้เติบโตอย่างยั่งยืน”