การรายงานชี้แจงประเด็นข่าว: การรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดทำร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560


สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ขอรายงานชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับการรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดทำร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รวมถึงประเด็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แก้ไขร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มีข้อเสนอ 4 ข้อ ดังนี้

  1. ในชั้นการพิจารณาของรัฐสภาควรจัดให้มีการรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้มีส่วนได้เสียจากร่างกฎหมายดังกล่าวในระดับพื้นที่เพิ่มเติม รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักวิชาการและภาคประชาชนเสนอความเห็นข้อกังวล เป็นรายมาตราอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เพื่อประกอบการพิจารณาให้ครบถ้วนรอบด้าน
  2. รัฐสภาควรพิจารณาแก้ไขมาตรา 36 ของร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งว่าด้วยเรื่องการเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หากเป็นการเข้าใช้ประโยชน์เพื่อการอื่น นอกจากที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ควรดำเนินการเท่าที่จำเป็นและต้องดำเนินการด้วยวิธีการเพิกถอนที่ดินบริเวณนั้นจากการเป็นเขตปฏิรูปที่ดินตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย และชดเชยเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม และ
  3. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 37 มาตรา 43 เพื่อเป็นหลักประกันว่าการเปลี่ยนแปลง แก้ไขหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุมัติ อนุญาต หรือการอื่น จะไม่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพและกระบวนการมีส่วนร่วมที่มีอยู่ในกฎหมายว่าด้วยการนั้น
  4. เสนอคณะรัฐมนตรีควรกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในภาพรวม และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการจัดทำผังเมืองในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามคำสั่ง คสช.ที่ 2/2560 เรื่องการพัฒนาระเบยี งเศรษฐกจิ พิเศษภาคตะวนั ออก ลงวันที่ 17 มกราคม 2560 ให้พิจารณาด้วยความระมัดระวัง โดยการดำเนินการต้องไม่กระทบต่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่ได้รับการรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ และพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและสอดคล้องกับหลักการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบสหประชาชาติ หลังปี 2558-2573

โดยในข้อเสนอ 1-3 เป็นข้อเสนอที่จะส่งให้รัฐสภา ส่วนข้อ 4 จะเสนอคณะรัฐมนตรี โดย กสม.จะทำหนังสือถึง พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชำ นายกรัฐมนตรี ภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2560

การรายงานชี้แจงประเด็นข่าว: การรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดทำร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560

EEC เป็นนโยบายสำคัญของประเทศที่จะผลักดันการพัฒนาประเทศ และเป็นตัวอย่างของการพัฒนาประเทศที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน

ดังที่ทราบกันว่า รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนา EEC ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ซึ่งต่อไปจะพัฒนาไปเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วเพื่อเป็นแกนนำในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้การพัฒนา EEC เป็นตัวอย่างการบูรณาการการพัฒนาที่คำนึงถึงการต่อเนื่องเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน การ zoning การใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีการจัดวางตำแหน่งสถานประกอบการ และตำแหน่งการจัดวางระบบสาธารณูปการที่เหมาะสม และอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนประชาชนในพื้นที่ และผู้ประกอบกิจการ รวมทั้งการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร ซึ่งแน่นอนประชาชนในพื้นที่จะมีระบบสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นจากการพัฒนาที่เป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการต่างๆ ใน EEC เป็นการต่อยอดจากการพัฒนาโครงการที่มีอยู่เดิม ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยคำนึงถึงการสร้างนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนโดยถือว่าการพัฒนา EEC เป็นกลไกขับเคลื่อน ‘ประเทศไทย 4.0’ แบบก้าวกระโดด และเป็นพื้นที่เป้าหมายแรกในการสร้างการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างระบบการถ่ายโอนเทคโนโลยีขั้นสูงสู่คนไทย ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม

สำหรับข้อสังเกตเรื่องการจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในภาพรวมและแผนผัง ในกระบวนการทำงานจะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งการดำเนินการต่างๆ ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) ซึ่งมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบ อีกทั้งในส่วนของคำสั่ง คสช. 47/2560 ลงวันที่ 25 ตลุ าคม 2560 เรือ่ งขอ้ กำหนดการใชป้ ระโยชน์ในที่ดิน ในพื้น ที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนเสมอ

ในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของภาคประชาชน สกรศ. ได้มีการรับฟังความคิดเห็นหลายๆ ช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เว็บไซต์สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) ตั้งแต่เริ่มต้น และยังได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 จนถึงปัจจุบัน ไม่น้อยกว่า 11 ครั้ง

ร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก พ.ศ. …

ในกระบวนการจัดทำร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. … ซึ่งเข้าสู่กระบวนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ ของคณะรัฐมนตรีถึง 3 ครั้ง นั้นแสดงถึงการให้ความสำคัญในทุกประเด็น ทุกมิติ อย่างรอบคอบ รัดกุม ของทุกภาคส่วน ถึงแม้ปัจจุบัน ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษ ซึ่งกรรมการทุกท่านพิจารณาร่วมกันอย่างรอบคอบทุกมิติโดยมิได้มีการเร่งรัดหรือละเลยในทุกประเด็นที่หลายฝ่ายกังวล

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากระบวนการจัดทำร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. … ได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 ทุกประการ โดยมีการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนตามช่องทางสื่อสารต่างๆ เช่น ประชุมร่วมกับหน่วยงานเจ้าของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติผ่านสื่อออนไลน์ ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนจังหวัด/ภาคเอกชน/ประชาชนในพื้นที่ EEC อย่างต่อเนื่องทุกจังหวัด ถึงแม้ก่อนหน้าที่รัฐธรรมนูญฯ ประกาศใช้ กระทรวงอุตสาหกรรมก็ให้ความสำคัญกับการรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้มีส่วนได้เสียจากร่างกฎหมายมาตลอด อีกทั้งนำข้อคิดเห็นมาปรับใช้ในขณะที่พิจารณาพระราชบัญญัติในชั้นกฤษฎีกา

ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากการพัฒนา EEC

ในการพัฒนา EEC เป้าหมายที่สำคัญคือประชาชนในพื้นที่มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการยกระดับรายได้ให้ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ ด้วยสภาพชีวิตที่ดีกว่า มีเมืองที่น่าอยู่ที่ดีกว่า อาทิ

  • โอกาสมาถึงบ้าน-รายได้มาถึงตัว งานดีมีมากขึ้น เป็นโอกาสใหม่ให้เยาวชน
  • ลูกหลานไม่ต้องออกนอกพื้นที่เพื่อหาสถานศึกษาที่ดีขึ้นหางานที่ดีขึ้น ทำให้สามารถอยู่ได้กับพ่อแม่เป็นครอบครัวอบอุ่น
  • ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงสถาบันการศึกษา และโรงพยาบาลที่ดีมีคุณภาพ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • มีระบบสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมที่ดี จากโครงการลงทุน และการท่องเที่ยว มีเส้นทางคมนาคมที่ดีขึ้น
  • มีกองทุนเพื่อพัฒนาชุมชน หากประชาชนได้รับผลกระทบรัฐจะให้การดูแลอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว โดยมีการตั้งกองทุนขึ้นมาโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานฯ ยินดีให้ข้อมูลตอบข้อซักถามเพิ่มเติม โดยให้ติดต่อได้ที่ 0-2033-8000