ยูโอบี (ไทย) ร่วมกับ เดอะ ฟินแล็บ เปิดตัว 15 SMEs ไทย ที่จะพลิกโฉมสู่ดิจิทัลเต็มตัวไปกับโครงการ Smart Business Transformation

ธนาคารยูโอบี (ไทย) เปิดตัว ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) 15 บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วม โครงการ Smart Business Transformation เพื่อสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถของเอสเอ็มอีด้านดิจิทัลครั้งแรกในประเทศไทย โดยโครงการนี้ ดำเนินงานโดย เดอะ ฟินแล็บ และยังได้รับความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

ยูโอบี (ไทย) ร่วมกับ เดอะ ฟินแล็บ เปิดตัว 15 SMEs ไทย ที่จะพลิกโฉมสู่ดิจิทัลเต็มตัวไปกับโครงการ Smart Business Transformation

หลังจากเปิดตัวโครงการในเดือนมีนาคม มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 150 บริษัทในเขตกรุงเทพ ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยมี 15 บริษัทผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรมท่องเที่ยว การขนส่งและอุตสาหกรรมการผลิต สำหรับเกณฑ์คัดเลือกพิจารณาจากการตระหนักถึงข้อจำกัดและความท้าทายของธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง มีมุมมองที่เปิดกว้างต่อการทำธุรกิจแบบใหม่และการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับทางธุรกิจ

ธนาคารยูโอบี (ไทย) และ เดอะ ฟินแล็บ ตั้งเป้าว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ Smart Business Transformation จะสามารถนำโซลูชันดิจิทัลต่างๆไปใช้งานเพื่อส่งเสริมการทำการตลาดออนไลน์และปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าในประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้นและขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ได้

ยูโอบี (ไทย) ร่วมกับ เดอะ ฟินแล็บ เปิดตัว 15 SMEs ไทย ที่จะพลิกโฉมสู่ดิจิทัลเต็มตัวไปกับโครงการ Smart Business Transformation

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้ง 15 บริษัทจะได้เข้าร่วมเวิร์ค ช็อปในหลายหัวข้อ โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่จะมาแนะนำการใช้งานเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ให้ความรู้และแนวทางการทำงานในการปรับตัวและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้นวัตกรรมใหม่ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง ซึ่งเวิร์คช็อปจะจัดขึ้นในระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2562 หลังจากนั้นจะมีการจับคู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกับผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปทดลองแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้สิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการได้รับคิดเป็นมูลค่า 1,000,000 บาท ซึ่งประกอบด้วยการเข้าร่วมเวิร์คช็อป การฝึกอบรม คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ในอุตสาหกรรม รวมทั้งการสื่อสารประชาสัมพันธ์โครงการให้เป็นที่รู้จัก

นาย ตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์มากกว่า 8 ทศวรรษของธนาคารในการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี ทำให้เรามีความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งถึงโอกาสและความท้าทายที่พวกเขาต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบันและที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราตระหนักดีว่า เอสเอ็มอีจำนวนมากมีความกังวลในเรื่องความชำนาญและความซับซ้อนในการใช้ดิจิทัลโซลูชันต่างๆ เพราะการปรับองค์กรสู่ดิจิทัลเต็มตัวมีบทบาทสำคัญในทุกธุรกิจ เราจึงมุ่งที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีไทยสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น”

“โครงการ Smart Business Transformation จะช่วยติดอาวุธและทักษะดิจิทัลที่สำคัญให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อให้ธุรกิจของพวกเขาสามารถเติบโตได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากนี้ ด้วยเครือข่ายที่มั่นคงและครอบคลุมทั่วภูมิภาคของกลุ่มธนาคารยูโอบี เราจะช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถขยายธุรกิจไปยังตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคนี้อีกด้วย”

ยูโอบี (ไทย) ร่วมกับ เดอะ ฟินแล็บ เปิดตัว 15 SMEs ไทย ที่จะพลิกโฉมสู่ดิจิทัลเต็มตัวไปกับโครงการ Smart Business Transformation

นาย เฟลิกซ์ ตัน หัวหน้ากลุ่มงานร่วม เดอะ ฟินแล็บ กล่าวว่า “เดอะ ฟินแล็บประสบความสำเร็จในการทำโครงการบ่มเพาะด้านนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการสิงคโปร์มาแล้วหลายรุ่น เป็นอีกครั้งที่เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้นำประสบการณ์และความชำนาญมาช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทยสามารถปรับองค์กรสู่ดิจิทัลอย่างเต็มตัว เพราะภาคธุรกิจเอสเอ็มอีนับเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ ผมได้มีโอกาสได้คุยกับเจ้าของธุรกิจหลายๆท่านในช่วงพิจารณาเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ ได้รับรู้ถึงความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจของพวกเขาในการปรับองค์กรเพื่อให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น เดอะ ฟินเล็บ จึงรู้สึกเป็นเกียรติมากที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางไปสู่ดิจิทัลอย่างเต็มตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้ง 15 บริษัท โดยจะมุ่งมั่นช่วยให้พวกเขาเดินไปสู่ความสำเร็จอย่างที่พวกเขาตั้งใจไว้”

นายวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์เสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย หนึ่งในผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ โดย กล่าวว่า “ในฐานะผู้จัดจำหน่ายค้าส่งและค้าปลีกเสื้อผ้าอุปกรณ์กีฬา เรามุ่งหวังให้วอริกซ์เป็นแบรนด์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราต้องการนำเทคโนโลยีและโซลูชันต่างๆมาใช้งาน ซึ่งรวมถึง Loyalty Programme เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ ระบบการบริหารจัดการรายการสินค้า และระบบการชำระเงิน เพื่อขับเคลื่อนการทำธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและยอดขายที่เติบโตขึ้น การได้เข้าร่วมโครงการ Smart Business Transformation ภายใต้ความร่วมมือกับ เดอะ ฟินแล็บ จะช่วยให้เราเดินไปถึงจุดหมายบนเส้นทางที่เราวางแผนไว้ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ”

สำหรับโครงการ Smart Business Transformation ได้เริ่มต้นดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 โดยจะสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม 2562