3 โรงงานใหญ่ปักหมุด นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร สร้างโรงไฟฟ้าขยะ RDF ทุ่มทุน 2,500 ล้าน

นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2540 บนเนื้อที่กว่า 2 พันไร่ แต่เมื่อเจอวิกฤตฟองสบู่แตก ทำให้เงียบเหงามาหลายปี ล่าสุดกลับมาคักคักอีกครั้ง รับนักลงทุน ทุ่มทุน 2,500 ล้าน ผุดสร้าง 3 โรงงานไฟฟ้าขยะ RDF ซึ่งจะพร้อมเดินเครื่อง 3 โรง ภายในปี 2563 ล่าสุดคนแห่สมัครงานเจ้าหน้าที่ประจำโรงงาน คาดจะทำให้พื้นที่นิคมฯ กลับมาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่น่าจับตามองอีกครั้ง

3 โรงงานใหญ่ปักหมุด นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร สร้างโรงไฟฟ้าขยะ RDF ทุ่มทุน 2,500 ล้าน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา นายวิโรจน์ เรืองเลิศศิลป์ ผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนล่าง (พิจิตร) เผยความคืบหน้ากรณีมีนักลงทุนสนใจลงทุนขานรับนโยบายให้การจัดการกำจัดขยะและใช้ประโยชน์จากขยะเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุน 3 รายใหญ่ ทุ่มทุน 2.5 พันล้านบาท ในการสร้างโรงงานไฟฟ้าจากวัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม 6 ประเภท ซึ่งประกอบด้วย วัสดุเหลือใช้ เหลือทิ้ง เช่น เศษกระดาษเศษไม้ เศษผ้า เศษพลาสติก เศษหนัง เศษยาง (ยกเว้นเศษยางรถยนต์ ) มาทำเป็น RDF คือการนำเศษวัสดุเหลือใช้ดังกล่าวมาอบแห้งอัดเป็นก้อน ซึ่งจะทำให้ไม่มีกลิ่น โดยโรงงานมีโรงงานผลิตไฟฟ้า 3 โรง ประกอบด้วย

บริษัท ซุปเปอร์ เอิร์ธ เอ็น เนอร์ยี 6 จำกัด ซึ่งเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร ในราคาค่าเช่าไร่ละ 50,200 บาท จำนวน 47 ไร่ 3 งาน ลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท ตั้งโรงผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงที่มาจากขยะชุมชนที่แปรรูปเป็นเชื้อเพลิงสำเร็จรูป หรือ RDF ขนาด 9 เมกะวัตต์ ถือว่าเป็นโรงไฟฟ้ารายใหญ่สุดในนิคมพิจิตรฯ คาดว่าแล้วเสร็จและดำเนินการได้ปี 63 โดยใช้พลังงานเชื้อเพลิงจาก RDF หรือขยะอบแห้งที่ไม่มีกลิ่นมาจากจังหวัดทางภาคกลาง

บริษัท เอวาแกรนด์ เอ็นเนอร์ยี จำกัด เช่าพื้นที่นิคมฯพิจิตร ในราคาค่าเช่าไร่ละ 50,200 บาท จำนวน 30 ไร่ ตั้งโรงผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม ขนาดกำลังผลิต 4 เมกะวัตต์ ซึ่งมีบริษัทแม่ประกอบกิจการขยะอุตสาหกรรม จะนำขยะ RDF หรือขยะอบแห้งที่ไม่มีกลิ่น มาจาก จ.สระบุรีมาผลิตไฟฟ้า

บริษัท ศแบง ยั่งยืน พิจิตร จำกัด เช่าที่ในนิคมอุตสาหกรรมพิจิตรในราคาค่าเช่าไร่ละ 50,200 บาท จำนวน 2 ไร่ ตั้งโรงผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะอุสาหกรรม ขนาด 2 เมกะวัตต์ โดยรับขยะอุตสาหกรรมจากโรงงานสระบุรีเช่นกัน

โดยหลังมีการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า 3 โรงดังกล่าวทำให้มีการจ้างแรงงานที่เน้นคนในพื้นที่ก่อน เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีงานทำ โดยโรงไฟฟ้า RDF แต่ละโรงจะมีการจ้างงานในจำนวน 60 – 100 คน โดยล่าสุด บริษัท เอวาแกรนด์ เอ็นเนอร์ยี จำกัด ที่เปิดรับสมัครคนงานจำนวน 20 อัตรา ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นงานในสายช่างประเภทต่างๆ ซึ่งมีผู้สนใจเกือบ 100 คน แห่กันมาสมัครอย่างคึกคัก เพื่อคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติ และความสามารถไปฝึกงานในโรงไฟฟ้า RDF ที่จังหวัดสระบุรี เมื่อผ่านการทดลองงานแล้ว ในช่วงต้นปี 2563 โรงงานแห่งนี้ก็จะเริ่มเดินเครื่อง แรงงานเหล่านี้ก็จะได้กลับมาเป็นพนักงานในโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมพิจิตรต่อไป