ปรียนาถ สุนทรวาทะ นำทัพขับเคลื่อน บี.กริม เพาเวอร์ …

ปรียนาถ สุนทรวาทะ นำทัพขับเคลื่อน บี.กริม เพาเวอร์ ก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ในงาน IEEE PES GTD ASIA 2019

ในแวดวงพลังงาน คงไม่มีใครไม่รู้จัก BGRIM หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศด้วยกำลัง การผลิต 2,076 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 15 แห่ง และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายไปสู่พลังงานหมุนเวียนโดยปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก 22 แห่ง ซึ่งเราได้รับเกียรติจาก คุณปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงานและการขับเคลื่อนไปข้างหน้าของ บี.กริม และการมีส่วนร่วมในงาน IEEE PES GTD ASIA 2019

ปรียนาถ สุนทรวาทะแนวโน้มการผลิตพลังงานกำลังเปลี่ยน ต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยี

คุณปรียนาถ กล่าวถึงภาพรวมและแนวโน้มของอุตสาหกรรมพลังงานว่า สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรม การผลิตพลังงานในประเทศไทยปัจจุบัน จะเห็นว่าภาคเอกชนเริ่มเข้ามามีบทบาทในการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น ในขณะที่เมื่อก่อน จะผูกขาดให้ EGAT เป็นผู้ผลิต แต่เกือบ 20 ปีแล้ว ที่ได้มีการเปิดให้เอกชนได้เข้ามามีบทบาทในการร่วมผลิตไฟฟ้า ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ผลิตจะเป็นเอกชนหรือภาครัฐก็มีส่วนช่วยส่งเสริมด้านความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ สำหรับ การเปลี่ยนแปลงในอนาคต ตอนนี้คงไม่มีใครไม่พูดถึง Disruptive change ซึ่งคือความเปลี่ยนแปลงทางด้านนวัตกรรม ที่เกิดขึ้นเร็วมาก ทางด้านพลังงานก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ในอนาคต ใครๆ ก็อาจจะผลิตไฟใช้เองได้ ที่เขาเรียกว่า Prosumer คือ ผู้ใช้สามารถติดตั้งโซล่ารูฟท็อป ผลิตไฟใช้เองและอาจจะขายเข้า grid ได้ ด้วยเหตุที่ต้นทุนการผลิตของโซล่ารูฟท็อบลดลงเยอะมาก ทำให้ตรงนี้จะกลายเป็นที่นิยม บางคนมองขนาดว่า ภายในอนาคตอันไม่ไกล แทบจะทุกหลังคาเรือนจะมีโซล่ารูฟท็อปของตัวเอง ฉะนั้นทั้งรัฐบาลและเอกชนจะต้องปรับตัวให้ทัน

หัวใจของการผลิตไฟฟ้า คือความมีเสถียรภาพ

คุณปรียนาถ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับ BGRIM เราทำธุรกิจพลังงานมายาวนานกว่า 20 ปี แต่ส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าความร้อนร่วมเชื้อเพลิงก๊าซ และอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแทบทั้งสิ้น ซึ่งมีการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ และเป็น Model เดียวที่ขายตรงให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในนิคม ลูกค้าอุตสาหกรรมต้องการไฟฟ้าที่มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ เพราะว่าโลกไม่ได้เปลี่ยนแค่พลังงาน แต่เปลี่ยนไปหมด เพราะฉะนั้น ลูกค้าที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆ จะมีการเปลี่ยนแปลง ใช้คนน้อยลง เป็นระบบออโตเมทมากขึ้น พอใช้โรโบติกมากขึ้น ประเด็นสำคัญเลยก็คือ ต้องใช้ไฟเยอะขึ้น ฉะนั้นไฟจะต้องมีเสถียรภาพดีจริงๆ จะกระพริบไม่ได้ ซึ่งพลังงานทดแทนอย่าง พลังแสงอาทิตย์ หรือพลังงานลม ยังมีช่องว่างเรื่องนี้อยู่ ดังนั้นสิ่งที่ต้องพัฒนากันต่อไป คือเรื่องของเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน

ในอนาคตพลังงานที่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วคือ ไม่ว่าใครก็ต้องปรับตัว เอกชนที่ต้องผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างเราก็ต้องปรับตัว ทำยังไงถึงจะรักษาฐานลูกค้า ทำให้ลูกค้าพอใจได้ ถ้าลูกค้าอยากติดรูฟท็อป เรามีอะไรจะมาช่วยเสริมให้ลูกค้ายังติดรูฟท็อปได้โดยไฟไม่กระพริบ ไม่มีปัญหาด้านความเสถียร เพราะฉะนั้นเราก็ต้องพยายามวิ่งตามเทคโนโลยีให้ทัน BGRIM ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยอาศัยการแชร์ความรู้และประสบการณ์กับพันธมิตรระดับยักษ์ใหญ่ของโลก

พัฒนาตัวเองให้ทันสมัย รุกสู่การพัฒนาด้านพลังงานสะอาด

BGRIM ได้เริ่มปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงมาหลายปีแล้ว จากแรกเริ่มธุรกิจของเราจะเป็นโรงฟ้าใช้แก๊ส คอมไบน์ไซเคิล แต่เมื่อ 4-5 ปีมาแล้ว เราเริ่มมองเห็นว่าโลกกำลังจะเปลี่ยน ธุรกิจเดิมก็ยังมั่นคง เพราะเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากกระแสไฟจะนิ่งมาก แต่เราก็ต้องพยายามทำธุรกิจทางด้านพลังงานทางเลือกให้ได้ เพราะว่าเทรนด์กำลังมาแรง เนื่องจากต้นทุนการผลิตถูกลง และความนิยมมากขึ้น BGRIM จึงขยายธุรกิจมาทางด้านพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นระยะเวลา 4 ปีแล้ว ตอนนี้เราก็มีการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย เกือบ 150 เมกกะวัตต์ แล้วก็ขยายไปเวียดนาม เพราะเป็นประเทศที่เพิ่งเปิด และมีการปรับเปลี่ยนนโยบายกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อเอื้ออำนวยกับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น เราจึงกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในเวียดนามทางด้านพลังงานแสงอาทิตย์ขณะนี้ เพราะมีทั้งหมด 677 เมกกะวัตต์ ซึ่งจะสร้างเสร็จภายในกลางปี 2019

“สาเหตุที่เลือกเวียดนาม เพราะนอกจากประเทศเขาจะเพิ่งเปิดแล้ว ในเวียดนามมีคนรุ่นใหม่เยอะ แล้วเขาก็มีระบบการศึกษาที่ดีมาก เขาเน้นการสื่อสารภาษาอังกฤษ ผู้คนก็แอคทีฟ และมีความเป็นชาตินิยมมาก ซึ่งข้อดีคือ ทำให้เขามีความรักชาติ มีความกระตือรือล้น ที่จะพัฒนาประเทศตัวเอง ในขณะเดียวกัน BGRIM ก็ขยายไปประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น มาเลเซีย และกำลังจะมีธุรกิจพลังงานลมที่เกาหลี คือเราต้องขยายธุรกิจออกไป และสิ่งเดิมที่เรามี เราก็ต้องพัฒนามันให้ทัน เราสนใจเรื่องสมาร์ทกริด ซึ่งมีการทำ MOU กับ บริษัทในเกาหลี และจีน ซึ่งเขาพัฒนาเรื่องนี้ไปได้ไกลมาก ในประเทศเราอาจจะยังไม่ได้มีการทำ R&D มากนัก เราจึงต้องใช้วิธีเชื่อมกับพวกเขาแล้วพัฒนาความรู้ความเข้าใจของเราให้ทันกับเทคโนโลยีที่ใหม่ล่าสุด สำหรับบี.กริมแล้ว เราพยายามพัฒนาทุกอย่าง เพื่อตามให้ทันเทคโนโลยี ทำให้ตัวเองทันสมัยอยู่เสมอ แล้วใช้ส่วนนั้นให้เป็นประโยชน์” คุณปรียนาถกล่าว

ปรียนาถ สุนทรวาทะ นำทัพขับเคลื่อน บี.กริม เพาเวอร์

#SpecialInterviewปรียนาถ สุนทรวาทะ นำทัพขับเคลื่อน บี.กริม เพาเวอร์ ก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ในงาน IEEE PES GTD ASIA 2019ในแวดวงพลังงาน คงไม่มีใครไม่รู้จัก BGRIM หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศด้วยกำลัง การผลิต 2,076 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 15 แห่ง และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายไปสู่พลังงานหมุนเวียนโดยปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก 22 แห่ง ซึ่งเราได้รับเกียรติจาก คุณปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงานและการขับเคลื่อนไปข้างหน้าของ บี.กริม และการมีส่วนร่วมในงาน IEEE PES GTD ASIA 2019…[ อ่านต่อ http://bit.ly/2UTejav ]#BGRIM #พลังงานไฟฟ้า #โรงไฟฟ้า #EEC #IEEE———————————————ติดตามข่าวสาร สาระ ความรู้ ด้านไฟฟ้าและอุตสาหกรรม กับ Electricity & Industry กด 'Follow' หรือ 'ติดตาม' + ตั้ง 'See First' เห็นโพสต์ก่อนใคร และติดตามข้อมูลทั้งหมดได้ที่ www.electricityandindustry.com

โพสต์โดย Electricity & Industry เมื่อ วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2019

EEC คือโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในเรื่องของการเดินหน้านโยบายของภาครัฐใน EEC คุณปรียนาถ พูดถึงโอกาสในการพัฒนาธุรกิจตรงนี้ว่า นิคมอุตสาหกรรมที่เรามีโรงไฟฟ้าอยู่ ก็อยู่ใน EEC แทบทั้งหมด ฉะนั้นมันเป็นโอกาสอันดีของเราอยู่แล้ว เพราะว่าวัตถุประสงค์ ก็คือการที่จะพัฒนาภาคอุตสาหกรรมเพื่อที่จะให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น เรามีลูกค้ามากที่สุดรายหนึ่งของประเทศไทยอยู่แล้ว และเป็นลูกค้าระดับเวิร์ลคลาส 130 กว่าราย เพราะฉะนั้นตรงนี้มันเหมือนสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว และจะได้รับ การสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้น จะเห็นว่า BGRIM เพิ่งประมูลที่จะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการขายไฟฟ้า และจัดไฟฟ้าให้เขตสนามบินอู่ตะเภาและกองทัพเรือสัตหีบ ตรงนี้ก็เป็นความชัดเจนว่า เราจะส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในเรื่อง EEC สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ ก็เป็นวัตถุประสงค์เดียวกันกับที่ภาครัฐต้องการพัฒนา EEC เช่นกัน

จุดแข็งคือ “คน” ที่ทำให้ บี.กริมขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ตลอด

“จุดแข็งของ บี.กริมที่สำคัญคือ คน เรามีคนเก่งๆ เข้ามาช่วยเยอะมาก และเราต้องพัฒนาบุคลากรอยู่ตลอดเวลา เรามีการเทรนด์นิ่งอย่างต่อเนื่อง และหัวใจของเราก็คือ เราต้องมีค่านิยมที่ชัดเจน การทำงานต้องทำอย่างมืออาชีพ เราต้องทำธุรกิจแบบไม่เอาเปรียบใคร ต้องใช้ของดี เราต้องมี Pioneering Spirit และที่สำคัญ คือก็เราต้องมีหุ้นส่วนที่ดี ทำให้เราได้อยู่ไปอีกยาวนาน เวลาไปต่างประเทศสำคัญที่สุดเลยคือ ต้องเลือก Local partner ที่แข็งแกร่ง ไม่อย่างนั้นมันจะมีความเสี่ยง เราพยายามจะมีสัมพันธภาพกับผู้นำของรัฐในแต่ละประเทศ เพื่อการทำงานที่ง่ายขึ้น”

พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ในงาน IEEE PES GTD ASIA 2019

คุณปรียนาถ กล่าวทิ้งท้ายถึงการมีส่วนร่วมในงาน IEEE PES GTD ASIA 2019 ว่า IEEE PES เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับนับถือมาอย่างยาวนาน เป็นองค์กรวิชาชีพที่ไม่หวังผลกำไรและมีสมาชิกหลากหลายอยู่ทั่วโลก เป็นองค์กรที่ช่วยเผยแพร่ความรู้ และอัพเดทอะไรใหม่ๆ แล้วมาแลกเปลี่ยนกับสมาชิกท่านอื่นๆ ในประเทศอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี และเป็นโอกาสอันดีที่จะมาจัดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และครั้งแรกในเอเชียด้วย เพราะฉะนั้น BGRIM ก็เห็นว่าเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องสำคัญและเป็นประโยชน์ของประเทศเช่นนี้ และคาดว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากการจัดนิทรรศการครั้งนี้ ส่วนเรื่องที่ BGRIM จะเอาอะไรไปโชว์ในงานนั้น ก็คงจะเป็นวิสัยทัศน์และสิ่งที่เราจะทำ เพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลง อาจฟังดูสั้นๆ แต่เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันทำเยอะเลย คือ ถ้าเราหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่พยายามอัพเดทความรู้ของเราเอง ก็เท่ากับเรากำลังเดินถอยหลัง เพราะฉะนั้น

ก็อยากจะเชิญชวน ผู้ที่สนใจทุกท่าน ไปร่วมงาน IEEE PES GTD ASIA 2019 ในวันที่ 19-23 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

IEEE PES GTD ASIA 2019

Related Post