กสอ. จับมือเดลต้า สานต่อโครงการ “Big Brother พี่ช่วยน้อง” พร้อมยกระดับให้ SMEs

26 มิถุนายา 2562 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ร่วมมือ กับ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สานต่อโครงการ Big Brother หรือ พี่ช่วยน้อง ปีที่6 และพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยในการเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับศักยภาพการประกอบธุรกิจให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในยุคเศรษฐกิจ 4.0 ด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ

กสอ. จับมือเดลต้า สานต่อโครงการ "Big Brother พี่ช่วยน้อง" พร้อมยกระดับให้ SMEs

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทยให้มีสมรรถนะและขีดความสามารถในการประกอบการที่ดีมากยิ่งขึ้นและแนวนโยบายที่เอื้อต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากภาครัฐ การสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงได้ดำเนินโครงการ Big Brother ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับบริษัทภาคเอกชนระดับแนวหน้าในการนำเอาองค์ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการ

“สำหรับความร่วมมือกับทางบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ถือเป็นการทำงานที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 4 ปีโดยที่ผ่านมา กสอ. ได้ร่วมมือกับเดลต้าในการสนับสนุนเงินทุนให้เปล่าในการจัดตั้งธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ ภายใต้ “โครงการ Angel Fund” เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเดลต้าได้สนับสนุนเงินทุนจำนวนกว่า 10 ล้านบาท ทางเดลต้าได้สนับสนุนอุปกรณ์ Industrial Automation Demo Kit สำหรับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (ITC 4.0) ในยุค 4.0 ที่ประกอบไปด้วยระบบอัจฉริยะและต้องสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต รวมถึงโลกอุตสาหกรรมที่เดินหน้าเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตเพื่อทุกสรรพสิ่งสำหรับงานด้านโรงงานอุตสาหกรรม (Industrial Internet of Things – IIoT) ซึ่งจะเป็นการถ่ายทอดด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น IIoT เพื่อช่วยยกระดับให้กับภาคผลิตของไทยให้สามารถขยายธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคง

กสอ. จับมือเดลต้า สานต่อโครงการ "Big Brother พี่ช่วยน้อง" พร้อมยกระดับให้ SMEs

นายเกษมสันต์ เครือธร ผู้แทนจาก บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า ทางเดลต้าได้เข้ามาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมนับตั้งแต่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพการจัดการพลังงานในอาคารและการจัดการพลังงานสำหรับระบบน้ำ จนกระทั่งถึง Industrial Automation โดยความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการจัดฝึกอบรมให้กับกลุ่มโรงงานในหัวเรื่อง เช่น เรื่องระบบควบคุมการทำงานอัตโนมัติปนะกอบด้วย ระบบส่วนติดต่อใช้งานกับเครื่องจักร (HMI), ระบบควบคุมการสั่งงานในโรงงาน (PLC) และระบบควบคุมมอเตอร์ (Drive) ที่สำคัญการให้ระบบทั้ง 3 ส่วนสามารถเชื่อมต่อการทำงานกันได้ทำให้ระบบในโรงงานสามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ เพื่อยกระดับศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันไปสู่ระดับสากลต่อไป”